Street Fighter เป็นแฟรนไชส์สื่อของญี่ปุ่น ที่เน้นเกมต่อสู้ ซีรีส์หนึ่ง, ซึ่งพัฒนาและจัดจำหน่าย โดยค่ายแคปคอม (Capcom) เกมแรกในซีรีส์นี้ ว...
Street Fighter เป็นแฟรนไชส์สื่อของญี่ปุ่น ที่เน้นเกมต่อสู้ ซีรีส์หนึ่ง, ซึ่งพัฒนาและจัดจำหน่าย โดยค่ายแคปคอม (Capcom)
เกมแรกในซีรีส์นี้ วางจำหน่ายเมื่อ ค.ศ. 1987 ก่อนจะตามมาด้วย เกมภาคหลักอื่น ๆ อีกห้า และสารพัดภาคแยก รวมถึงเกมครอสโอเวอร์ (crossovers) ต่าง ๆ
โดยภาคที่ขายดีสุดได้แก่ Street Fighter II ของปี 1991, ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่หลายอย่าง ให้กับเกมต่อสู้แนวตัวต่อตัว
อีกทั้งยังมีการดัดแปลง สู่สื่อรูปแบบอื่น ๆ อีกมาก (เช่น การ์ตูน ภาพยนตร์คนแสดงที่กำลังจะฉาย เป็นต้น)
[1] พื้นฐานเรื่องราวของ Street Fighter
เกมภาคแรก (ปี 1987) เล่าเนื้อเรื่องที่ตรงไปตรงมา ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น "ริว" นักบู๊ผู้มีวินัย ที่เข้าร่วมการประลองระดับโลก
โดยในโหมดสู้กับเพื่อน ผู้เล่นคนที่สอง จะสามารถเข้าร่วมได้ในบทบาทของ "เคน" มิตรและคู่แข่งพระเอก
ส่วนความท้าทายปลายทางของคุณ คือสกัด หรือสงัด (Sagat) ปรมาจารย์มวยไทย ลาสต์บอสตัวแรกของซีรีส์นี้
โครงเรื่องเรียบง่ายนี่ ได้วางรากฐานให้กับจักรวาล ที่จะเติบโตไปไกลเกินกว่าการประลองนัดเดียว
เมื่อมีภาคต่อ ๆ มา นักสู้หน้าใหม่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับแรงผลักดันเบื้องหลังของตน
ชุนลีต่อสู้เพื่อทวงแค้น ให้กับการตายของบิดา ด้วยฝีมือของเอ็ม. ไบสัน
ไกล์ (Guile) แสวงหาความยุติธรรม ให้กับสหายผู้สิ้นชีพ
ดัลซิม ซานกีฟ และบลังกา นำสไตล์วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มาสู่รายชื่อนักสู้, แสดงให้เห็นถึงความหลากหลาย ระดับโลก
หัวใจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด คือการปะทะกันระหว่าง ความดีและความชั่ว
อันมักแสดงออกในรูปแบบของ การขัดเกลาตัวตนของริว และการแสวงหาอำนาจของไบสัน
ความสมดุลระหว่าง ความทะเยอทะยานส่วนตัว และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
ทำให้แฟรนไชส์นี้มีความลึกซึ้ง ที่ดึงดูดผู้เล่นให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง
Street Fighter กลายเป็นมากกว่า แค่การกดปุ่มและใช้ท่าพิเศษ
[2] ตัวละครตัวแรกของ Street Fighter
เมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ของ สตรีทไฟเตอร์, ชื่อแรกที่ควรนึกถึง ก็คือริว นั่นแหละ
เขาเป็นตัวละครที่เล่นได้ ตัวแรกในเกมอาร์เคด (Arcade) ภาคแรกเริ่ม
โดดเด่นด้วยชุดคาราเต้สีขาว ผ้าคาดหัวสีแดง และวิธีการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ที่เข้มงวด
การเดินทางของริว ไม่ได้สนเพียงชัยชนะ หากแต่เขามุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
การแสวงหาความแข็งแกร่ง ลักษณะนี้ ทำให้เขาเป็นแก่นแท้ทางจิตวิญญาณของแฟรนไชส์, แสดงถึงแนวคิดที่ว่าการต่อสู้ ไม่มีวันสิ้นสุด
คู่ปรับของริว (เคน) ถูกแนะนำตัวในเวลาเดียวกัน โดยนำเสนอสไตล์ที่ฉูดฉาดและดุดันกว่า
การขับเคี่ยวของทั้งสอง กลายเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ยาวนานที่สุด ในวงการเกม
พวกเขาร่วมกันวางรากฐาน ให้กับเอกลักษณ์ของซีรีส์
นั่นคือการสร้างตัวละครให้แตกต่าง บุคลิกคัดง้างกัน อันพลอยเพิ่มความหลากหลาย แก่สไตล์การเล่นของเพลเยอร์
[3] ลำดับเหตุการณ์สำคัญ ในประวัติศาสตร์ของ Street Fighter (เกม)
ปี 1987: Street Fighter (เกมตู้) — ตัวละครหลักคือ ริว, เคน และคู่ปรับอย่าง สกัด
ปี 1991–1994: ยุค Street Fighter II — นี่คือช่วงที่ Street Fighter ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เกมมีหลายเวอร์ชั่น ได้แก่ Champion Edition, Hyper Fighting, Super และ Turbo
ปี 1995–1998: ออกซีรีส์ Street Fighter Alpha / Zero — เรื่องราวภาคก่อนหน้า ตัวละครใหม่ และเนื้อหาเพิ่มเติม
ปี 1997–1999: Street Fighter III — เน้นตัวละครนักสู้รุ่นใหม่ เช่น หลี่เฟิน (Li-Fen) เป็นต้น
ปี 2009–2014: Street Fighter IV — การฟื้นคืนชีพของซีรีส์ ในรูปแบบ 3 มิติที่ทันสมัย
2016–2020: Street Fighter V — เน้นด้านอีสปอร์ต และพัฒนาโหมดผู้เล่นหลายคน ให้มีความซับซ้อนมากขึ้น
ปี 2023 เป็นต้นไป: Street Fighter 6 และภาคต่อ ๆ ไป — เอ็นจิ้นเกมใหม่ ตัวละครใหม่ กับความสนใจจากแฟน ๆ ที่ฟื้นฟูกลับมา
[4] Street Fighter II ปฏิวัติวงการเกมต่อสู้ ได้อย่างไร
Street Fighter II ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง เมื่อวางจำหน่ายในปี 1991
เกมนี้ได้เพิ่มจำนวนตัวละครนักสู้ ให้มากขึ้น, แต่ละตัวมีท่าโจมตี เทคนิคพิเศษ และบุคลิกเฉพาะตัว
เกมได้พัฒนาปรับปรุงกลไกต่าง ๆ เช่น คอมโบ แถบพลังชีวิต และการต่อสู้แบบแบ่งเป็นรอบ
ทำให้รู้สึกว่า ระบบเกมสมดุล, แต่ก็ยังสัมผัสพบ ความท้าทาย
ที่สำคัญที่สุดคือ มันได้เปลี่ยนตู้เกมอาร์เคด ให้กลายเป็นสนามประลอง ทดสอบเพลเยอร์แบบตัวต่อตัว
ก่อเกิดการประชันฝีมือ อันเข้มข้น และแข่งขันกันในระดับโลก
Street Fighter II พิสูจน์ให้เห็นว่าเกมต่อสู้ สามารถเป็นยิ่งกว่าความบันเทิงดาด ๆ
พวกมันสามารถเป็นเกมที่ลึกซึ้ง มีกลยุทธ์ และเป็นการทดสอบทักษะอย่างจริงจัง
ก่อให้เกิดอิทธิพล ต่อวงการอีสปอร์ตต่อมา ถึงอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
[5] ความนิยมของ Street Fighter เพิ่มสูงขึ้นในวัฒนธรรมป๊อป
เมื่อ Street Fighter II ครองใจผู้เล่นเกมตู้ เกมนี้ก็ขยายตัว ออกไปนอกวงการเกมอย่างรวดเร็ว
ซีรีส์อนิเมชั่น ภาพยนตร์ และสินค้าต่าง ๆ ได้แนะนำตัวละครเหล่านี้ แก่ผู้ชมทั่วไป, จนชุนลีและริว กลายเป็นที่รู้จักมักจี่
ภาพยนตร์คนแสดงปี 1994 แม้ว่าจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า แบรนด์นี้แพร่กระจายไปไกลแค่ไหน
เรียกว่าถ้ายอมให้อวยกัน, ณ ช่วงกลางทศวรรษ 1990 มันจัดเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมป๊อป ที่ถูกยอมรับทั่วพิภพทีเดียว
[6] อิทธิพลของเกมต่อสู้เกมนี้ ในยุคปัจจุบัน
อาจกล่าวได้ว่า Street Fighter ยังคงเป็นเกมบู๊ระดับตำนาน
โดยทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง EVO ทำให้ซีรีส์นี้ ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
สาวกของพวก นักสู้ข้างถนน (Street Fighter) เป็น 1 ในกลุ่มแฟนคลับ ที่เหนียวแน่นที่สุด ของวงการเกม
มีส่วนผสมของทั้ง ผู้เล่นเกมตู้รุ่นเก๋า และพวกหน้าใหม่ที่เพิ่งค้นพบซีรีส์นี้ บนเครื่องคอนโซลสมัยใหม่
ชุมชนออนไลน์แบ่งปันกลยุทธ์ อวยตัวละครที่ชื่นชม และคงความเป็นคู่แข่งกันไว้ได้
แม้จะผ่านไปหลายสิบปีดีดัก นับตั้งแต่เกมภาคแรกเผยแพร่
ความสำเร็จของ Street Fighter VI (และการมีหนังคนแสดง เรื่องใหม่) แสดงให้เห็นว่าแฟรนไชส์นี้ อนาคตยังสดใสอยู่
[7] หนังสตรีทไฟเตอร์ (แต่เป็นแอนิเมชั่น)
เส้นทางของหนังการ์ตูน ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกมชุดนี้ เริ่มต้นจาก Geoliui Mubeobja (거리의 무법자, แปลว่า "Street Outlaw")
ซึ่งสตรีทเอาท์ลอว์ เขาก็ Made In Korea, คือชาวเกาหลีใต้ ผลิตลงขายทาง VHS (ม้วนวิดีโอ) โดยตรง
แบบเป็นแฟนฟิคชั่น (เนื้อหาไม่ซื่อตรงต่อต้นฉบับ) และ Capcom เปล่าอนุญาต, เมื่อค.ศ. 1992
อนิเมะอย่างเป็นทางการ ถือว่ามาทีหลัง นั่นคือหนังญี่ปุ่นชื่อ Street Fighter II: The Animated Movie (1994)
อนิเมซีรีส์ก็มี เช่น Street Fighter II V ที่ออกอากาศปีเดียวกัน
ทางฝั่งคนอเมริกา ได้หยิบไปทำบ้างเช่นกัน กับเมะซีรีส์ Street Fighter (1995-1997) ที่เคยออนแอร์ทางช่อง USA Network
เรื่องอื่น ๆ ยังเหลืออีก แต่ในบทความนี้ เอาแค่นี้พอ
[8] Street Fighter (1994)
ภาพยนตร์สตรีตไฟต์เตอร์ ยอดคนประจัญบาน มีฌ็อง-โกลด ว็อง ดาม (Jean-Claude Van Damme) รับบท "ไกล์" และแสดงนำ
พันเอกไกล์ พยายามโค่นล้มนายพล เอ็ม.ไบสัน, ผู้เผด็จการทหาร และเจ้าพ่อค้ายาเสพติด
ผลงานนี้ทุนสร้าง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศ 99.4 ล้าน
เป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดซีรีส์แอนิเมชั่น เรื่องที่กล่าวถึงก่อนแล้ว (Street Fighter: The Animated Series 1995-1997)
แต่ตัวหนังไลฟ์แอ็กชั่นเอง คำวิจารณ์แย่, และไม่ได้มีภาคต่อ
[9] Street Fighter: The Legend of Chun-Li (2009)
ภาพยนตร์สงครามนักฆ่ามหากาฬ มีคริสติน ครูก (Kristin Kreuk) รับบท "ชุนลี" และแสดงนำ
ยอดนักศิลปะการต่อสู้สตรี มีความแค้นเป็นแรงผลักดัน ในการโค่นล้มหัวหน้าแก๊งอาชญากร
งบประมาณสร้าง 50 ล้านดอลลาร์ รายได้ 12.8 ล้าน คำวิจารณ์แย๊แย่, เพราะงั้น เลยไม่ต้องถามหาภาคต่อ
[10] Street Fighter (2026)
ภาพยนตร์สตรีท ไฟเตอร์ ซึ่งเรื่องราวเกิดใน ค.ศ. 1993, เมื่อสองนักสู้ผู้ห่างเหินกันอย่าง ริว (แอนดรูว์ โคจิ) และเคน มาสเตอร์ส (โนอาห์ เซนติเนโอ)
ได้รับเชิญจาก ชุนลี (คัลลินา เหลียง) ให้เข้าร่วมการแข่งขันเวิลด์ วอร์ริเออร์ ทัวร์นาเมนต์ ครั้งล่าสุด
โดยพวกเขาไม่รู้เลยว่า ทัวร์นาเมนต์นี้จะบังคับให้ทั้งต้อง เผชิญหน้ากันเอง, และห้ำหั่นกับปีศาจภายในจิตใจ ของพวกเขา
ข้อมูลส่วนใหญ่จาก VeVe, ข้อมูลบางส่วนจาก street fighter fandom








COMMENTS