ทำความรู้จักโลกแห่ง Star Wars ในยุคของมหากาพย์สกายวอล์คเกอร์

"เมื่อไหร่สตาร์วอร์สจะจบ ?" คุณอาจพบเห็นคนที่ถามประโยคนี้กับใครสักคน เข้าสักครั้งได้เช่นกัน  หากคุณนิยมเยือนโรงภาพยนตร์เพื่อตีตั๋ว...

"เมื่อไหร่สตาร์วอร์สจะจบ ?" คุณอาจพบเห็นคนที่ถามประโยคนี้กับใครสักคน เข้าสักครั้งได้เช่นกัน  หากคุณนิยมเยือนโรงภาพยนตร์เพื่อตีตั๋วดูหนังชุดนี้ประจำ
ซึ่งถึงแม้ผมจะไม่ได้ตามไปแอบฟังเรื่องชาวบ้านต่อ แต่เชื่อว่าผู้ถามไม่ใช่แฟนหนังและแค่โดนคนชักชวนให้ดูด้วยกัน โดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันหรืออุตสาหกรรมฮอลลีวูดมากนัก
เพราะสำหรับแฟรนไชส์ที่สร้างเมื่อไหร่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมหาศาล (โดยเฉพาะแถบอเมริกาเหนือ) สนใจจะรับชมแบบนี้
การปล่อยให้ทุกอย่าง 'จบลงอย่างแท้จริง' ย่อมเป็นเรื่องเสียโอกาสในทางธุรกิจยิ่ง

แต่แน่ละว่าถ้าผู้สร้างจับเอาเรื่องแต่งซึ่งควรมีจุดจบของตัวเอง ยืดให้ยานแล้วใช้องค์ประกอบเดิมๆ มาผลิตใหม่เพื่อนำเสนอซ้ำๆ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จเสมอทุกครั้ง
ดังนั้นหลังจากปล่อยหนังไตรภาคหลักออกมา 3 ชุด แบบเว้นช่วงที 10 ปี 20 ปี
ในที่สุดมหากาพย์เรื่องยาวก็กำลังจะพบบทสรุปในภาค 'Star Wars: Episode IX – The Rise of Skywalker' แล้ว

"มหากาพย์สกายวอล์คเกอร์" (Skywalker saga) หมายถึงตัวภาพยนตร์ภาคหลักทั้ง 9 เรื่อง
ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดเชื่อมโยงกัน และเหล่าคนของตระกูล 'สกายวอล์คเกอร์' มีบทบาทสำคัญ
นอกจากนั้น เรื่องราวแห่งสงครามดวงดาวช่วงดังกล่าว ยังถูกขยายความบอกเล่าตามสื่ออื่นๆ อย่างเช่น ซีรีส์คนแสดง, ซีรีส์อนิเมชั่น, เกม เป็นต้นด้วย


ความเชื่อของผม คือแม้เรื่องราวของภาพยนตร์ยุคนี้ไม่ได้จบในตัวเหมือนเมื่อก่อน
แต่ [ผู้ชมหน้าใหม่] ที่อยากกระโจนเข้าสู่โลกสมมติสุดหรรษาให้ทันใจ, ทันได้เก็บเอาความประทับใจไปแชร์กับผู้อื่นแบบทันกระแส
โดยไม่อยากตามรับชมภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าที่มีไม่รู้กี่ภาค [มีอยู่เสมอ]

ฉะนั้นจึงอยากนำเสนอบทความ ซึ่งจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับมหากาพย์สกายวอล์คเกอร์
ด้วยหวังให้ผู้ชมหน้าใหม่เกิดความเข้าใจคร่าวๆ ในประวัติศาสตร์ของโลกแห่ง Star Wars
และหวังให้ผู้คุ้นเคยกับภาพยนตร์ทุกภาคดี ได้รำลึกถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่สำคัญอีกครั้ง เพื่อเสริมความหรรษายามรับชมหนังภาคใหม่



พื้นฐานโลก Star Wars

นานมาแล้วในห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น มีกาแล็คซี่แห่งหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตแถวนั้นค้นพบวิธีควบคุมแรงโน้มถ่วง กับวิธีเดินทางข้ามอวกาศได้อย่างสะดวก
พวกเขาจึงสร้างระบบสังคมระหว่างดวงดาวต่างๆ ภายในกาแล็คซี่ขึ้น
โดยมี 'เจได' กลุ่มผู้มีพรสวรรค์จำนวนนึง ซึ่งสามารถสัมผัสถึงสิ่งที่มองด้วยตาไม่เห็นอย่าง 'พลัง' (The Force) และนำมันมาใช้ทำเรื่องเหลือเชื่อหลายประการได้ คอยรักษาสันติภาพ
รวมถึงเฝ้าระวังการใช้พลังในทางที่ผิด (พลังด้านมืด) ก่อความไม่สงบเพื่อสนองตัณหา ของพวกที่เรียกตัวเองว่า 'ซิธ' ด้วย


สกายวอล์คเกอร์

ผู้ใช้นามสกุลนี้ที่มีบทบาทคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของ Star Wars (ตามลำดับเหตุการณ์)
คือ "ฉมี สกายวอล์คเกอร์" ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่เป็นทาสอยู่บนดาวทะเลทราย 'ทาทูอีน' (Tatooine) ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์ 2 ดวง
ตามคำบอกเล่าของหล่อน ระบุว่าจู่ๆ เธอตั้งท้องลูกชายขึ้นมาเองดื้อๆ ทั้งที่ไม่เคยมีสัมพันธ์ทางกายกับชายใด แล้วก็คลอดเขา, ตั้งชื่อเขา และเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่ทั้งอย่างนั้น

ลูกชายของฉมี "อนาคิน สกายวอล์คเกอร์" กลายเป็นทาสตามชาติกำเนิดโดยปริยาย
แต่ชะตากรรม (หรืออาจจะพลัง) ได้ชักนำให้เจไดผู้รับงานคุ้มกัน 2 คน กับวุฒิสมาชิกหญิงดาวนาบู พบตัวอนาคินเข้า
อนาคินจึงมีโอกาสเดินทางออกจากทาทูอีนเพื่อเรียนรู้วิถีเจได และหลังผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย
เขาได้มีลูกแฝด 2 คน, ผู้ชายชื่อ "ลุค" ส่วนผู้หญิงชื่อ "เลอา" ทั้งสองมีพลังสถิตแรงกล้าภายในตัวเหมือนบิดา
ซึ่งสุดท้ายสายเลือดก็นำพา ให้ลูกชายของเลอาชื่อ "เบน" ครอบครองพรสวรรค์ด้านพลังเฉกเช่นเดียวกัน



นับตั้งแต่พรสวรรค์ของอนาคินเปล่งประกาย, คนตระกูลสกายวอล์คเกอร์ได้สร้างอิทธิพลต่อโลกแห่ง Star Wars เรื่อยมา (โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดในหนังภาคหลักทั้ง 9)
ทว่าความจริง, เรื่องราวแห่งสงครามดวงดาวมิใช่เกี่ยวข้องอยู่กับแค่ตระกูลดังกล่าว
หากแต่เป็นโลกสมมติที่ขอบเขตกว้างไกล เกินกว่าจินตนาการของใครเพียงผู้เดียวจะแต่งเติมรายละเอียดทุกจุดให้สมบูรณ์ไหว
และเพียงแค่ในช่วงเวลาของ 'มหากาพย์สกายวอล์คเกอร์' ก็แบ่งยุคสมัยออกได้มากถึง 3 ช่วงด้วยกัน ดังนี้



[1] ยุคของสาธารณรัฐ (Age of Republic)

ยุคที่อารยธรรมผ่านความสงบสุขก่อนหน้านั้นมายาวนาน, ความเจริญรุ่งเรืองขึ้นถึงจุดสูงสุด
นิกายเจไดมีชัยเหนือนิกายซิธ จนช่วงเวลานี้มีแต่เจไดและแทบไม่เหลือซิธเลย


สาธารณรัฐแห่งกาแล็คซี่ (Galactic Republic)

สาธารณรัฐดำรงอยู่และธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย มาตั้งแต่ก่อนหน้ายุคมหากาพย์สกายวอล์คเกอร์ร่วมพันปี
สาธารณรัฐบริหารงานโดยเหล่า 'วุฒิสมาชิก' ที่ได้รับเลือกจากเสียงส่วนใหญ่บนระบบดาวและดวงดาวต่างๆ
พวกเขามีความสัมพันธ์อันดีกับพวกเจได ที่รวมตัวกันก่อตั้งสภาของตัวเองขึ้นบนเมืองหลวงใหญ่ และทำงานรับใช้คนทั่วไปในฐานะผู้พิทักษ์ความสงบสุข


เหล่าวุฒิสมาชิกแห่งกาแล็คซี่ (Galactic Senate)

ประชาชนตาดำๆ ทั้งหลายในดาวหรือระบบดาวต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของสาธารณรัฐ
จะใช้วิธีลงคะแนนเสียงเลือกตัว 'วุฒิสมาชิก' เพื่อเป็นผู้แทนของพวกเขา
นักการเมืองเหล่านี้จะขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นลอยได้ ซึ่งมีกำแพงโค้งเตี้ยๆ ล้อมกรอบ และคอยทำหน้าที่แทนกระบอกเสียงของผู้คน ยามประชุมสภา

วุฒิสมาชิกจำนวนหลายร้อยในสภา มักจะใช้เวลาปรึกษาหารือเรื่องร้อยแปดพันเก้า ค่อนข้างยืดยาว
พวกเค้าจะผลัดกันแสดงความเห็นของตน ภายใต้การควบคุมดูแลของ 'สมุหนายก' ก่อนลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านมติ เห็นชอบให้สาธารณรัฐดำเนินนโยบายต่างๆ

อำนาจของวุฒิสภาค่อยๆ พังทลายลง หลังจากมีการลงมติเห็นชอบให้สภามอบอำนาจตัดสินใจส่วนใหญ่แก่สมุหนายกชื่อพัลพาทีน ในช่วงสงครามโคลน


สหพันธ์พาณิชย์ (Trade Federation)

หนึ่งในองค์กรที่ล่ำซำสุดของห้วงกาแล็คซี่, สหพันธ์พาณิชย์มีเงินถุงเงินถัง เพราะพวกเขาควบคุมเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านดวงดาวส่วนใหญ่
ผู้นำของสหพันธ์คืออุปราชชื่อนูต กันเรย์ และหมอนี่ก็ต้องการขยายขอบเขตอำนาจอิทธิพลของตนเอง
ถึงขนาดพยายามแทรกแซงอำนาจของพวกวุฒิสมาชิก และเคยรับคำสั่งของซิธผู้ใช้ฉายา ดาร์ธซีเดียส
ส่งกองทัพดรอยด์ (หุ่นยนต์) ไปปิดล้อมดาวชื่อนาบู เพื่อสร้างวิกฤติขึ้นในสภา

ช่วงสงครามโคลน, สหพันธ์พาณิชย์แอบจับมือเป็นพันธมิตรแบบลับๆ กับ 'ฝ่ายแบ่งแยก' ที่มีคนชื่อเคาท์ดูกู เป็นแกนนำ


สหภาพพิภพอิสระ (Confederacy of Independent Systems) 

สหภาพพิภพอิสระ หรือที่รู้จักกันในชื่อฝ่ายแบ่งแยก (Separatist Alliance)
เกิดจากการรวมตัวกันของดวงดาวและระบบดาวต่างๆ ซึ่งไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐ
เพราะช่วงนั้นสาธารณรัฐนิยมการแผ่อำนาจให้มากขึ้น และเพิ่มการฉ้อฉลให้มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเงาตามตัว
จนระบบดาวที่ห่างไกลจากเมืองหลวงใหญ่ได้รับผลประโยชน์เพียงน้อยนิด และโดนขูดรีดภาษีอย่างหนัก

พวกเขาใช้กองทัพดรอยด์ ต่อสู้กับกองทัพมนุษย์โคลนและบรรดาอัศวินเจไดของสาธารณรัฐ
โดยมีเคาท์ดูกู/อดีตเจได อยู่ในฐานะผู้นำทางการเมือง
กำลังทางทหารของฝ่ายแบ่งแยก มาจากเงินสนับสนุนและสินทรัพย์ ซึ่งได้รับการบริจาคจากองค์กรการค้าหลายกลุ่ม


สงครามโคลน (The Clone Wars)

เมื่อฝ่ายแบ่งแยกต้องการเป็นอิสระจากสาธารณรัฐ สงครามระหว่างกองทัพดรอยด์ กับกองทัพมนุษย์โคลน (ที่มีเจไดคอยนำทัพ) จึงระอุไปทั่วกาแล็คซี่
สงครามนี้ยิ่งใหญ่, แผ่วงกว้าง และกินเวลายาวนานกว่า 3 ปี แม้มันจะเกิดขึ้นเพราะการชักใยอยู่เบื้องหลังของบุรุษเพียงผู้เดียว

ผลลัพธ์ของสงครามคือฝ่ายแบ่งแยกพ่ายแพ้, แกนนำหลายคนถูกประหารบนดาวภูเขาไฟชื่อมุสตาฟา (Mustafar)
และนิกายของพวกเจไดโดนสมุหนายกพัลพาทีนสั่งกวาดล้าง
ด้วยคำกล่าวอ้างว่าเหล่านักบวชควบตำแหน่งผู้พิทักษ์สันติเหล่านั้น
ดันเหิมเกริมในอำนาจ วางแผนจะทำการปฏิวัติรัฐประหาร และพยายามฆ่าเขา

เท่านั้นไม่พอ, วีรบุรุษผู้นำพาชัยชนะมาสู่สาธารณรัฐอย่างพัลพาทีน (ในสายตาคนทั่วไปเวลาดังกล่าว)
ยังประกาศให้เลิกปกครองแบบประชาธิปไตย และเปลี่ยนสาธารณรัฐไปเป็นจักรวรรดิเผด็จการ รวมถึงสถาปนาตนเองขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิ



[2] ยุคของการกบฏ (Age of Rebellion)

เมื่อจักรวรรดิแผ่ขยายอำนาจเหนือหมู่ดาวโดยใช้ความรุนแรงกดขี่นานนับสิบปี มีหรือผู้คนจะยอมสงบปากสงบคำ ยอมให้กระทำเฉยๆ ตลอด
เหล่าผู้ไม่เห็นด้วยจึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มกบฏขึ้นมา แม้กำลังพลด้อยกว่าเพียงไหน และความหวังในชัยชนะเลือนรางเพียงไรก็ตาม


จักรวรรดิแห่งกาแล็คซี่ (Galactic Empire)

ระบบดาวและดวงดาวมากมายที่เคยรวมตัวกันภายใต้อุดมการณ์ฝักใฝ่เสียงข้างมาก กลายสภาพเป็นกลุ่มที่มีผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จเพียงคนเดียว
จักรพรรดิพัลพาทีนครอบครองกองทัพทหารอันยิ่งใหญ่ อย่างเหล่าสตอร์มทรูเปอร์ (stormtroopers), ส่งดรอยด์ไปสอดแนมทั่วจักรวาล และสร้างอาวุธร้ายแรงระดับทำลายดาวแบบเดธสตาร์ (Death Star)

การปกครองด้วยความหวาดกลัวของพัลพาทีน ผู้มีนักรบเกราะดำสุดแกร่ง 'ดาร์ธเวเดอร์' เป็นสมุนมือขวา ดูแล้วไม่น่ามีใครหยุดยั้งได้  ทว่า...


องค์กรอาชญากรรม (crime syndicates)

ความจริงพวกนักเลงน่าจะมีอยู่ทุกยุคสมัย แต่เห็นได้ชัดว่าในช่วงที่การปกครองของรัฐบาลทำให้ผู้คนหาเลี้ยงปากท้องยากลำบาก 
โลกใต้ดินแผ่ขยายออกกว้างขวาง เหล่าอาชญากรแผ่อิทธิพลอย่างหนัก
เพราะจำนวนแก๊งค์อาชญากรรมขนาดใหญ่ในยุคจักรวรรดิเรืองอำนาจ มีมากถึง 5 องค์กร

รุ่งอรุณสีชาด (Crimson Dawn), สุริยะนิล (Black Sun), สมาคมครายโมราห์ (Crymorah syndicate), ตระกูลฮัทท์ (the Hutt Clan) และสมาคมไพค์ (Pyke Syndicate) ก่ออาชญากรรมอันร้ายกาจเกินบรรยายไปทั่วกาแล็คซี่
โดยที่โดดเด่นสุดด้านความเร็วในการเถลิงอำนาจ (เพราะปฏิบัติงานต่างๆ อย่างเหี้ยมโหดและมีประสิทธิภาพ) กับการมีผู้นำสุดลึกลับคือ Crimson Dawn
สมาชิกองค์กรนี้ที่ผู้คนรู้จักมากสุดคือชายชื่อไดรเด็น วอส และเขามีสมุนคู่ใจอยู่คนหนึ่งคือผู้หญิงชื่อคีร่า


พันธมิตรกบฏ (Rebel Alliance)

พวกเขายืนหยัดปะทะจักรวรรดิปีศาจด้วยความกล้าหาญ, มิเคยย่อท้อต่อการเผชิญหน้ากองกำลังที่เหนือกว่าแบบล้นหลาม

พันธมิตรกบฏเกิดจากการรวมตัวกันของกองทัพประชาชนตามกลุ่มดาวต่างๆ ซึ่งเริ่มเคลื่อนไหวกันมาตั้งแต่สมัยสงครามโคลน
คนพวกนี้เคลื่อนไหวอย่างลับๆ นานหลายทศวรรษ เพื่อหาทางโค่นจักรพรรดิและคืนประชาธิปไตยสู่กาแล็คซี่


สงครามแห่งห้วงกาแล็คซี่ (The Galactic Civil War) 

หลังจากฝ่ายกบฏใช้เวลานับทศวรรษดิ้นรนแต่ไม่ค่อยเห็นผล
ชัยชนะครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์บนสมรภูมิยาวิน (Battle of Yavin) ก็เป็นจุดเปลี่ยนของทุกอย่าง

สงครามใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก เดธสตาร์/อาวุธพิฆาตดาราของจักรพรรดิสร้างเสร็จสมบูรณ์
ฝ่ายกบฏเลยมิอาจรอช้า ให้พิภพดารากับชีวิตคนมหาศาลสูญสิ้นไปเรื่อยๆ
พวกเขาระดมสรรพกำลังเดินหน้าแผนทำลายเดธสตาร์เต็มสูบ
และด้วยแผนผังเผยจุดอ่อนของเจ้าอาวุธมหาประลัย บวกกับวีรกรรมของเด็กหนุ่มหน้าใหม่ในทัพกบฏชื่อ 'ลุค สกายวอล์คเกอร์'
เหล่ากบฏที่ปักหลักกันบนดาวยาวิน จึงทำลายเดธสตาร์ลงสำเร็จ

หลังจากนั้นฝ่ายกบฏโดนไล่ต้อนอย่างหนัก แต่เมื่อผ่านไปหลายปีจนถึงตอนที่เดธสตาร์ดวงที่ 2 สร้างใกล้เสร็จ แถวดวงจันทร์ของดาวเอนดอร์
พวกเขาก็พลิกกลับเป็นฝ่ายชนะสำเร็จอีกครั้ง
ผลลัพธ์ในสมรภูมิเอนดอร์ (Battle of Endor) คือเดธสตาร์หมายเลข 2 ถูกทำลาย, ดาร์ธเวเดอร์ตาย และจักรพรรดิพัลพาทีนสวรรคต (หรือเปล่า ?)


สมรภูมิแจ็คคู (The Battle of Jakku)

แจ็คคู/ดาวทะเลทรายบ้านนอก คือสถานที่ทำสงครามปิดฉากระหว่างฝ่ายกบฏกับทัพจักรวรรดิ
สงครามแห่งห้วงกาแล็คซี่ครั้งสุดท้ายนี้ เกิดหลังเดธสตาร์ดวงที่สองถูกทำลายราว 1 ปี, การรบกินเวลาหลายเดือน
กำลังพลหลักชุดสุดท้ายของจักรวรรดิ ปักหลักทำศึกบนดาวนี้จนกระทั่งพ่ายแพ้
ซึ่งแม้ผ่านไปอีกหลายสิบปีให้หลัง, เศษซากของยานรบจำนวนมากก็ยังคงหลงเหลืออยู่



[3] ยุคของฝ่ายต่อต้าน (Age of Rebellion)

แม้จักรพรรดิวายชนม์ (ใช่มั้ย ?) ทว่าเหล่าแม่ทัพนายพลและกำลังรบของกองทัพจักรวรรดิที่เหลืออยู่ ยังคงสู้ต่อสักพักก่อนพากันสิ้นฤทธิ์
โดยมีซากทัพบางส่วนหนีไปยังดินแดนชายขอบของกาแล็คซี่ และหลังสั่งสมกำลังใหม่นานหลายสิบปี พวกเขาจึงเริ่มต้นสงครามใหญ่อีกครั้งในชื่อใหม่


สาธารณรัฐใหม่ (The New Republic)

พันธมิตรกบฏกลายเป็นสาธารณรัฐใหม่ (แบบไม่อิงฐานอำนาจของสาธารณรัฐเก่า/ของจักรวรรดิ) ตั้งแต่หลังได้รับชัยในสมรภูมิเอนดอร์
สาธารณรัฐใหม่หวังชนะใจของเหล่าชาวประชาผู้เบื่อหน่ายสงคราม เลยรีบคืนชีพระบบวุฒิสมาชิก, เซ็นสัญญาสงบศึกกับซากทัพจักรวรรดิ และลดขนาดกองทัพตัวเอง
ซึ่งเรื่องนี้ 'เลอา ออร์กานา' วีรสตรีของกองทัพกบฏไม่พอใจเท่าไหร่ หล่อนให้คำเตือนว่าพวกที่เคยอยู่ใต้ธงของจักรวรรดิ อาจยังรอจังหวะทวงคืนอำนาจอยู่

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้เลอาโดนกีดกันทางการเมือง และเมื่อเธอระแคะระคายว่าภัยร้ายใหม่ 'ปฐมภาคี' ใกล้มาเยือน จึงก่อตั้งกองทัพ 'ฝ่ายต่อต้าน' ขึ้นเอง


ปฐมภาคี (The First Order)

การผงาดของสาธารณรัฐใหม่ลดขนาดจักรวรรดิที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ลง จนเหลือเป็นเพียงกลุ่มของรัฐขนาดเล็กขาดอำนาจ
ด้วยการบังคับให้พวกเขาจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม และใช้สนธิสัญญาปลดอาวุธอย่างเข้มงวด
ทว่าในเขตตกสำรวจของกาแล็คซี่ อดีตทหาร, ขุนนาง และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของจักรวรรดิ
วางแผนหวนคืนสู่อำนาจ, สะสมกำลังพล และเสริมสร้างกองทัพของพวกตนแบบลับๆ

คนกลุ่มนี้กลายเป็นปฐมภาคีที่ปกครองโดยผู้นำลึกลับนาม 'สโนค' ซึ่งปัจจุบันพร้อมจะปลุกตำนานของจักรวรรดิกลับคืนมาอีกครั้ง


ฝ่ายต่อต้าน (The Resistance)

กองกำลังส่วนตัวขนาดเล็กและลึกลับ จัดตั้งโดยเลอา ออร์กานา/วีรสตรีทัพกบฏ เพื่อเฝ้าระวังปฐมภาคี

ผู้ออกทุนเกือบทั้งหมดของสาธารณรัฐใหม่ไม่ชอบใจฝ่ายต่อต้าน และมองว่าเลอารวมถึงบรรดานักสู้ของหล่อน ยึดติดกับอดีตแบบไม่ยอมเลิกรา
เธอจึงได้รับทุนทรัพย์สำหรับจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพียงน้อยนิด เพราะมีวุฒิสมาชิกไม่กี่คนเท่านั้นที่กังวลเรื่องปฐมภาคี

แม้ฝ่ายต่อต้านทำลายฐานทัพสตาร์คิลเลอร์ (Starkiller Base) ซึ่งระเบิดดาวพร้อมกันทีเดียวหลายดวงได้ลง
แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็โดนปฐมภาคีจู่โจมเอาคืนแบบเต็มที่
จนกองกำลังเกือบล่มสลาย และเหลือนักสู้เพื่ออิสรภาพอยู่เพียงแค่หยิบมือ


ที่มา

ข้อมูลส่วนใหญ่จาก https://www.starwars.com/databank

ข้อมูลส่วนน้อยจาก https://starwars.fandom.com/wiki/


COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,5,Black Panther,5,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,30,DCEU History,7,Doctor Strange,7,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,32,Ghostbusters,2,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,24,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,60,Maze Runner,4,MCU Disney+,5,MCU History,22,MCU tie-in comics,12,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,6,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,2,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,59,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,3,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,3,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: ทำความรู้จักโลกแห่ง Star Wars ในยุคของมหากาพย์สกายวอล์คเกอร์
ทำความรู้จักโลกแห่ง Star Wars ในยุคของมหากาพย์สกายวอล์คเกอร์
https://1.bp.blogspot.com/-HY9vP1vjGJQ/Xe-JejHAgoI/AAAAAAAAJ3M/GPXq3jiQtHQbk9fXmuaB6baJNWykhqImACLcBGAsYHQ/s640/Skywalker%2BSaga.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-HY9vP1vjGJQ/Xe-JejHAgoI/AAAAAAAAJ3M/GPXq3jiQtHQbk9fXmuaB6baJNWykhqImACLcBGAsYHQ/s72-c/Skywalker%2BSaga.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2019/12/introduce-star-wars-skywalker-saga.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2019/12/introduce-star-wars-skywalker-saga.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content