# ย้อนมอง 21 เกร็ดสงคราม Infinity # ก่อนที่จะดู Avengers: Endgame

ผ่านการปูทางเนื้อเรื่องด้วยหนัง 18 ภาค ใช้ระยะเวลานานร่วม 10 ปี ในที่สุด Avengers: Infinity War อันนำตัวละครมากหน้าหลายตาจากหนังหลากเรื่องม...

ผ่านการปูทางเนื้อเรื่องด้วยหนัง 18 ภาค ใช้ระยะเวลานานร่วม 10 ปี
ในที่สุด Avengers: Infinity War อันนำตัวละครมากหน้าหลายตาจากหนังหลากเรื่องมาปะฉะดะ กับกองกำลังของจอมวายร้ายแห่งอวกาศ 'ธานอส' ก็ได้ฉายไปเมื่อปีก่อน (2018)
และถึงแม้ผู้คนรู้ล่วงหน้าว่าหนังรวมพลฮีโร่เรื่องดังกล่าวยังมิใช่บทสรุปแท้จริงของเรื่องราวช่วง 10 ปีแรกแห่งจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล
แต่คงไม่มีผู้ชมคนใดคาดคิด ณ ตอนนั้น ว่ามหาสงครามแย่งชิงอัญมณีที่มีพลังสูงส่งเหลือล้ำทั้ง 6 เม็ด จะจบลงด้วยความสำเร็จของธานอส

ต่างจากวายร้ายทั่วไปที่บางครั้งชักช้าจนเป้าหมายถูกเหล่าฮีโร่ขัดขวางไว้ได้ก่อนทำสำเร็จ
เมื่อธานอสรวบรวมอัญมณีครบก็ไม่เสียเวลานาน, ดีดนิ้วส่งสัญญาณ และใช้พลังมณีอินฟินิตี้ (Infinity Stone) ทั้งหมดพร้อมกัน ดับชีวิตครึ่งจักรวาลให้สิ้นโดยฉับพลัน
เหล่าฮีโร่พ่ายแพ้ และความสูญเสียแพร่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

หลังปล่อยให้จบแบบอารมณ์ค้าง แล้วปล่อยหนังฮีโร่ภาคแยกคั่น 2 เรื่อง
บัดนี้ปี 2019, ช่วงเวลาเผด็จศึก (Endgame) จึงมาถึง, กลุ่มอเวนเจอร์สผู้เหลือรอดจะไม่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเฉยๆ
แต่พวกเขาจะกลับมาชนะศึกนี้ได้อย่างไร ?
เป็นสิ่งที่คนดูต้องพยายามหลบสปอยล์กันให้ดี และไปลุ้นกันที่ในโรงภาพยนตร์


ก่อนรับชม Endgame, การย้อนมองสงครามอินฟินิตี้สักหน่อยย่อมเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้ไม่มากก็น้อย
ฉะนั้นจึงขอรวบรวมเรื่องน่ารู้ต่างๆ ของสงครามอินฟินิตี้ ที่ทั้งมีตัวละครเยอะแยะ และเกิดเหตุการณ์มากมาย
ซึ่งหลายอย่างมิได้ถูกบอกเล่าไว้ในภาพยนตร์ (หรือบอกไว้แบบไม่ชัดเจนนัก)
จนบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ (หลักๆ ก็พี่น้องผู้กำกับร่วมของ Infinity War กับ Endgame) ต้องชี้แจงแถลงไขตามหลังหนังฉาย
เอากลับมานำเสนอใหม่ เพื่อให้ผู้สนใจเครื่องร้อนต้อนรับ Endgame ครับ



[1] สตีเฟน แม็คฟีลีย์ (คนเขียนบท) +โจ รุสโซ (ผู้กำกับ) เผยสาเหตุที่ธานอสเพิ่งจะเริ่มลงมือไล่เก็บมณีด้วยตนเองจริงจัง ในหนังเรื่องอินฟินิตี้วอร์

แม็คฟีลีย์: "เหตุการณ์ซึ่งจุดชนวนให้เกิดเรื่องทั้งหมดในหนังขึ้น คือตอนที่ธานอส...จับตัวเนบูลาได้บนยานของเขา และสำรวจสมองของเธอ จนพบว่ากามอร่ารู้ที่อยู่ของมณีวิญญาณ"

โจ รุสโซ: "มันคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้..."

แม็คฟีลีย์: "ทำไมเขาไม่ได้ออกตามหามันเองก่อนหน้านี้"

โจ รุสโซ: "...เพราะเมื่อเขาลงมือ, กองกำลังต่างๆ ทั่วจักรวาลจะรวมตัวกันต่อต้านเขา ถ้าเขาไม่รู้ว่ามณีวิญญาณอยู่ไหน, แล้วจะลงมือทำไม ?"

หรือก็คือ ธานอสเพิ่งตัดสินใจลงมือเอง เพราะมั่นใจแล้วว่าจะรวบรวมมณีได้ครบแน่


[2] เมื่อถูกถามว่าการดีดนิ้วครั้งเดียวเสียวทั้งจักรวาลของธานอสนั้น ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์ เช่น ม้า หรือว่า มด หายไปครึ่งจักรวาลด้วยหรือไม่? คำตอบคือ

"ใช่ ! ใช่ ทุกชีวิต" เควิน ไฟกีตอบ

แปลว่าหมา, แมว, เก้ง, กวาง หรือต้นไม้ใบหญ้า (สิ่งมีชีวิตเหมือนกัน) ไม่ว่าอะไรก็โดนลบทิ้งให้เหลือครึ่งเดียวจนหมด


[3] สืบเนื่องจากข้อ 2 การกระทำของธานอสเลยดูรุนแรง แถมเผลอๆ แก้ปัญหาอารยธรรมต่างๆ ในห้วงอวกาศล่มสลาย เพราะประชากรเกินขนาดไม่ได้จริงๆ
การที่ธานอสเลือกวิธีลบชีวิตครึ่งจักรวาล แทนการใช้วิธีสันติ เช่น เพิ่มปริมาณทรัพยากร
ก็เพื่อพิสูจน์ว่าแนวคิดของตัวเองคือสิ่งถูกต้อง

"ผู้คนถามเราว่าทำไมธานอสไม่ใช้มณีเพิ่มทรัพยากรในจักรวาลเป็น 2 เท่า แถมเห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ยอมทำ...คือ เขาเคยถูกปฏิเสธแนวคิดเก่าของตน ที่เขารู้สึกว่าเป็นวิธีเดียวในการแก้ปัญหา และต่อมาก็มีข้อพิสูจน์เกิดตามมาหลังจากแนวคิดเขาไม่ถูกนำไปใช้  มันคือปมการเป็นพระผู้มาโปรดของเขา--เขามุ่งมั่นแต่จะทำตามแนวคิดของตน เมื่อหลายต่อหลายปีก่อน" โจ รุสโซ กล่าว

นั่นคือต่อให้ใช้ถุงมืออินฟินิตี้กับมณีทั้งหกช่วยจักรวาลด้วยวิธีอื่นได้ ธานอสก็ไม่คิดจะทำเช่นนั้น


[4] คนเขียนบท+ผู้กำกับอินฟินิตี้วอร์อธิบายว่า ทำไมวายร้ายระดับจักรวาลอย่างธานอสถึงรู้จักชื่อโทนี่ สตาร์ค ตั้งแต่ก่อนพบหน้าตัวเป็นๆ

"ธานอสกับโทนี่เป็นเหมือนเส้นขนานที่น่าสนใจ ทั้งคู่ตระหนักถึงบางสิ่งตั้งแต่ช่วงแรกๆ และพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อรับมือตลอด ธานอสเองก็เป็นคนหัวก้าวหน้าเหมือนๆ กับโทนี่ สตาร์ค" มาร์คัส-คนเขียนบทบอก

"เขาตระหนักถึงสตาร์คครั้งแรกในศึกถล่มนิวยอร์ค, ว่าเป็นคนที่ขัดขวางแผนครั้งนั้นไว้  มันน่าสนใจเพราะว่าพอธานอสเริ่มหันมาออกหน้าลงมือด้วยตัวเอง
เขาทำตัวแบบพวกนักรบศักดิ์สิทธิ์ ไม่ยอมเสียพลังงานไปกับการฆ่าฟันอันเปล่าประโยชน์ หากอีกฝ่ายไม่เป็นภัยต่ออุดมการณ์ของเขา เกือบทุกคนไม่ใช่ภัยคุกคามอุดมการณ์, ยกเว้นโทนี่ ที่เขารู้สึกได้ว่ามีส่วนคล้ายกับตนเอง" โจ รุสโซ เล่า

--สรุป--ธานอสรู้จักโทนี่เพราะเขาคือคนที่ขวางแผนบุกโลกครั้งแรกไว้ และเช่นเดียวกับที่โทนี่ระวังภัยจากธานอสมาตลอด, ธานอสเองก็ระแวงว่าโทนี่ซึ่งเป็นพวกหัวก้าวหน้า+พัฒนาตัวเองเสมอเหมือนตนจะเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่เช่นกัน


[5] หนังในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลมิได้เรียงลำดับเหตุการณ์ ตามลำดับการฉายตลอด
แถมถุงมืออินฟินิตี้ (ของปลอม) ยังโผล่มาตั้งแต่สมัย Thor ภาค 1 ทำให้เกิดความสับสนตามมาอยู่บ้าง
คู่หูผู้เขียนบทหนังอินฟินิตี้วอร์ 'คริสโตเฟอร์ มาร์คัส และสตีเฟ่น แม็คฟีลีย์' จึงต้องตอบคำถามว่าถุงมืออินฟินิตี้ของธานอสนั้นไซร้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ ?

"ผมคิดว่าถุงมือถูกสร้างตอนโลกิปลอมตัวเป็นโอดิน" มาร์คัสตอบ "เดาว่าเอทรี่ยังดำเนินกิจการตามปกติอยู่ ณ ตอนนั้น แล้วจะมีคนไปเยือนที่นั่นและบอกอะไรบางอย่าง ดังนั้นมันไม่ได้นานอะไรนักหรอก"

มาร์คัสคงกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ธานอสขู่ให้ราชาคนแคระ-เอทรี่สร้างถุงมือแลกกับการไว้ชีวิตเหล่าคนแคระ ก่อนธานอสผิดสัญญาภายหลัง ว่ามันเกิดขึ้นช่วงระหว่างโลกิครองบัลลังก์แอสการ์ดหลังเหตุการณ์ในหนัง Thor ภาค 2


[6] ในทวิตเตอร์ทางการของหนังอินฟินิตี้วอร์, พี่น้องรุสโซได้ตอบคำถามเกี่ยวกับกะโหลกแดง (Red Skull) ว่าหลังจากมณีวิญญาณถูกนำออกไปจากดินแดนวอร์เมียร์ (Vormir) แล้ว
กะโหลกแดงจะเป็นอิสระจากคำสาปที่ต้องคอยเฝ้ามณี+นำทางคนที่อยากได้มัน แล้วออกจากสถานที่แห่งนั้นได้จริงใช่ไหม ?

คำตอบคือ "กะโหลกแดงเป็นอิสระ จะจากวอร์เมียร์ไปก็ได้ หรือถ้าอยากทำตามความต้องการเดิมอย่างการหามณีมาครองก็ทำได้เช่นกัน"


[7] มณีอินฟินิตี้ทั้ง 6 ส่วนใหญ่ เพียงเห็นตอนสำแดงพลังก็เข้าใจคุณสมบัติของมันทันที  เช่น มณีเวลาที่ย้อนเวลาได้ หรือมณีพลังที่ใช้ทำลายล้าง  แต่มณีวิญญาณยังค่อนข้างเป็นปริศนาอยู่
พี่น้องรุสโซ/ผู้กำกับอินฟินิตี้วอร์ จึงอธิบายลักษณะการทำงานของมณีวิญญาณให้ว่า

"แน่ละว่ามณีวิญญาณมีพลังที่จะจัดการ 'วิญญาณ' สิ่งที่เป็นแกนหลักกำหนดตัวตนของคุณได้  เหตุการณ์สำคัญอันสมควรหยิบยกเป็นตัวอย่างคือตอนดร.สเตรนจ์แยกร่าง ธานอสรับมือโดยใช้มณีวิญญาณลบสเตรนจ์ตัวปลอมทิ้งทั้งหมด แถมผลักวิญญาณสเตรนจ์หลุดออกจากร่าง เขาเลยต้องรีบดึงวิญญาณกลับ...

ธานอสเข้าไปใน 'โลกของมณีวิญญาณ' เพื่อคุยกับลูกสาวที่ตายไป(กามอรา)ได้ และความจริงเขาสามารถ 'คืนชีพ' รวมถึง 'เรียก' วิญญาณของเหล่าผู้คนที่ตายแล้วให้มาปรากฏตัวได้ด้วย"


ตอนแรกจำได้ว่าธานอสใช้มณีพลังสลายร่างแยกสเตรนจ์เลยลองไปเช็คดู
ปรากฏว่า ธานอสใช้มันร่วมกับพลังของมณีวิญญาณ (ใช้ 2 เม็ดพร้อมกัน) สเตรนจ์เลยไม่โดนแค่ลบร่างแยก แต่โดนเขย่าวิญญาณเกือบหลุดออกนอกร่างเพิ่มอีกดอก



[8] ผู้ดูแลงานสร้างเทคนิคพิเศษของภาพยนตร์ให้สัมภาษณ์ว่า ฉากการสลายหายไปของเหล่าตัวละครในตอนจบอินฟินิตี้วอร์ มีแนวคิดที่ให้การสลายคนเกิดจากการใช้มณีพลัง (Power Stone) เป็นหลัก เนื่องจาก

"มันมีเหตุผลอยู่ แบบว่าถ้ามณีทั้ง 6 มารวมกันครบแล้ว มณีเม็ดไหนควรจะ...การใช้มณีร่วมกันควรทำให้เกิดผลลัพธ์แบบไหน? มณีวิญญาณจะสลายวิญญาณพวกเขาหรือ ? มณีพลังสลายร่างใช่ไหม ? แล้วมณีประตูมิติ (Space Stone) จะดูดฝุ่นผงไปหลังร่างสลายเหรอ ? ช่วงแรกๆ ที่เราลองผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันมันสวยงามไม่เบา แต่ก็ยุ่งยากน่าดูเลยละ  ประมาณว่า...ถ้าใส่เอฟเฟ็กต์มณีวิญญาณต้องมามัวทำให้พวกเขาไฟลุกพรึ่บขึ้นก่อนสลายร่างอีก  เราเลยกลับไปใช้แนวคิดแบบง่ายๆ (สลายร่างเฉยๆ) แทน"


[9] ดูเหมือนฉากการลบบรรดาตัวละครของจักรวาลหนังมาร์เวลจะมุ่งเน้นทีี่การสร้างความเจ็บปวดต่อเหล่าตัวละครผู้รอดชีวิต และคนดูเป็นหลัก
เพราะแอนโธนี่ รุสโซ-ผู้กำกับอินฟินิตี้วอร์ อธิบายเกี่ยวกับฉากลบตัวละครหมู่ในหนังว่า

"ในแง่ทางเลือกของเราเรื่องใครจะโดนธานอสดีดนิ้วลบไปนั้น มันขึ้นอยู่กับเนื้อเรื่องเป็นหลัก เราควรตอบแทนเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวละครแต่ละตัวแบบไหนถึงจะซาบซึ้งมากที่สุด ?
 คนแรกที่ต้องไปคือบัคกี้ บาร์นส์ และฉากนั้นต้องถ่ายจากมุมมองของกัปตันอเมริกา คุณก็รู้ว่าเราเคยดูกัปตันฯ ผ่านประสบการณ์ที่ต้องมองเห็นบัคกี้เพื่อนรักจากไปมาก่อน
เรารู้ว่าโอโคเย มีเป้าหมายอันดับหนึ่งของชีวิตเป็นการปกป้องราชา เธอเลยต้องมองดูราชาสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
การเห็นเหล่าตัวละครตอบสนองสถานการณ์เหล่านั้น ช่างมีความหนักแน่นและทรงพลังยิ่งนัก"


[10] ตอนจบอินฟินิตี้วอร์ ธานอสทำตามปณิธานสำเร็จ ลบคนทิ้งครึ่งจักรวาล มีตัวละครโดนลบทิ้งสลายกลายเป็นฝุ่นผงแบบไม่ทันตั้งตัวมากมาย บางคนดูจะไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่ดูเหมือนสไปเดอร์แมนจะพอรู้ตัว และสลายหายไปช้ากว่าใครเพื่อน

'แมตต์ ไอเค่น'(Matt Aiken) หัวหน้าทีมสร้างเทคนิคพิเศษของ Weta ซึ่งช่วยมาร์เวลสร้างฉากนี้อธิบายว่า "สไปดี้ขัดขืนมันจริงๆ เขาไม่อยากหายไปสุดๆ และดิ้นรนต่อสู้.... เขาทรงพลังเหลือเชื่อยามเผชิญหน้าความตาย เลยต่อต้านมันได้นานกว่าใครเพื่อน ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ต้านมันไว้ไม่ไหว"

แต่แมตต์ไม่ใช่คนของมาร์เวล จึงมีการสอบถามผู้กำกับ 'โจ รุสโซ' เพื่อยืนยันทฤษฎีนี้ และโจก็ยืนยันว่า "ถูกต้องแล้ว เขา (สไปเดอร์แมน) รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง"


[11] ด้วยความที่กรูทมีคำพูดสำหรับใช้สื่อสารเพียงชุดเดียว "ข้าคือกรู๊ท" (I am Groot) คนดูจึงไม่อาจทราบได้จากการดูหนัง ว่าตอนกรู๊ทถูกลบทิ้งพร้อมสิ่งมีชีวิตอื่นครึ่งจักรวาล เขาบอกอะไรกับร็อคเก็ตก่อนตาย

มีคนสอบถามเรื่องนี้กับเจมส์ กันน์-ผู้กำกับหนังการ์เดี้ยน
ทางทวิตเตอร์ เขาเฉลยให้ทราบว่ามันเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ คำเดียวคือ "Dad = พ่อ"

หลังกรู๊ทคนแรกตาย สมาชิกทีมการ์เดี้ยนช่วยกันเลี้ยงดูกรู๊ทคนใหม่จนเติบโตเป็นวัยรุ่น ทำให้ทุกคนเป็นผู้ปกครองกรู๊ทร่วมกันโดยปริยาย แต่ตามปกติก็คงมีสักคนที่เด็กเห็นเขาเป็นตัวแทนพ่อแม่อย่างแท้จริง ซึ่งสำหรับกรู๊ทแล้ว คงไม่พ้นร็อคเก็ตที่เขาเรียกว่าพ่อก่อนตายนั่นเอง


[12] ใน Guardians of the Galaxy แดร็กซ์เคยบอกว่า "โรแนนฆ่าเมียฉัน-โฮวัต กับลูกสาว-คามาเรีย  เขาสังหารพวกเธอตรงที่ยืนอยู่ แล้วก็หัวเราะ!" แต่เมื่อโรแนนตายไปใช่ว่าความแค้นเขาจะหายตาม เพราะผู้กำกับ 'โจ รุสโซ' อธิบายฉากแดร็กซ์และเพื่อนร่วมทีมการ์เดี้ยนเยือน Knowhere (ที่ิิอยู่ของนักสะสม/The Collector) เพื่อขวางการรวบรวมมณีของธานอสว่า

"นี่สะท้อนความหลังครั้งเก่าของแดร็กซ์กับธานอส...ดาวของเขาเคยถูกกระทำแบบเดียวกันกับดาวของกามอร่า  แดร็กซ์โดนจับให้ยืนอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนครอบครัวของเขาก็โดนจับไปไว้ที่อีกฝั่ง"

แปลว่าความจริงนั้น ต้นเหตุการตายของครอบครัวแดร็กซ์คือธานอส โรแนนเป็นแค่คนทำตามคำสั่ง


[13] ความหัวร้อนของสตาร์ลอร์ดตอนปะทะธานอสทำให้แผนถอดถุงมืออินฟินิตี้ล้มเหลว แฟนหนังหลายคนพากันหัวเสียกับเรื่องนี้ และอาจมีคนคิดว่ามันขัดกับฉากที่เขาตัดใจยิงปืนสังหารกามอร่า (ก่อนธานอสใช้มณีเปลี่ยนกระสุนเป็นฟองสบู่) ซึ่งแปลว่าสตาร์ลอร์ดเห็นความสำคัญของการทำสิ่งที่ควรกระทำมากกว่ากระทำสิ่งใดไปตามอารมณ์ส่วนตัว

แต่เรื่องนี้ 'แม็คฟีลีย์' คนเขียนบทร่วมของอินฟินิตี้วอร์ได้ปรึกษากับ 'เจมส์ กันน์' ก่อนแล้ว "นี่เป็นเรื่องเดียวที่เจมส์ กันน์ผลักดันให้เราเปลี่ยนบท เราถกกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของสตาร์ลอร์ดที่จะยิงกามอร่าหลายรอบ เราพยายามบอกว่า 'จะดีกว่าไหมถ้าสตาร์ลอร์ดไม่เติมเต็มคำสัญญาและฆ่าผู้หญิงทีี่เขารัก ?'
มันไม่ใช่วิถีฮีโร่ตามธรรมเนียม  เราพยายามปูทางสู่จุดที่ความผิดพลาด (ตอนถอดถุงมือ) เกิดขึ้น เพราะความรักของเขาต่อเธอสำคัญกว่าหน้าที่ในทางใดทางหนึ่ง 
แล้วกันน์กับแพรตต์ (สตาร์ลอร์ด) ก็ยืนกรานสิ่งที่สตาร์ลอร์ดควรทำ  เราเลยเขียนบทแบบนั้นและแน่นอน, มันไม่ส่งผลเสียต่อการเล่าเรื่อง เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นมันก็คงไม่เวิร์คหรอก"


[14] เคยเห็นการถกเถียงกันว่าภารกิจชิงถุงมืออินฟินิตี้จากธานอสล่มเพราะสตาร์ลอร์ดจริงหรือไม่อยู่ ฝ่ายแก้ต่างให้ได้บอกว่าสุดท้ายก็ดึงถุงมือไม่หลุดอยู่ดี หรือถึงโดนดึงหลุดเขาก็ชิงคืนได้แน่ แต่พี่น้องรุสโซ/ผู้กำกับหนังยืนยัน 'มันเป็นความผิดของสตาร์ลอร์ด' เต็มๆ

"นั่นคือจุดเปลี่ยนของฉากดังกล่าว ตัวละครเหล่านี้เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง นั่นทำให้พวกเขาเลือกทำตามอารมณ์, ตามความเป็นมนุษย์ของตน ถ้าควิลล์(สตาร์ลอร์ด)ไม่ทำแบบนั้น หนังจะจบลงทันใด" โจ รุสโซบอก


[15] 'โจและแอนโธนี่ รุสโซ' สองพี่น้องผู้กำกับอินฟินิตี้วอร์กล่าวปกป้องตัวละครสตาร์ลอร์ด หลังมีกระแสเกลียดชังของแฟนหนังต่อตัวละครเพราะดัันทำงามหน้าตอนสู้กับธานอส

"แม่เขาตายเพราะมะเร็งและโดนโจรสลัดอวกาศลักพาตัวตอนอายุ 10 ขวบ แล้วถูกเลี้ยงดูโดยโจรสลัดมาตลอด
เขาสังหารพ่อตัวเองล้างแค้นให้แม่  แถมแฟนสาวที่เขารักใคร่ยังมาถูกฆาตกรรมโดยคนที่เป็นพ่อจอมโฉด... เขาจึงกระทำสิ่งที่เป็นไปตามอารมณ์อย่างมาก" โจกล่าว

"ธอร์เองก็ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ  ธอร์สามารถใช้ขวานของเขาฆ่าธานอสได้ไวกว่านั้น ซึ่งเขาปรากฏตัว, และไม่สังหารในทันใด--เพราะความโกรธแค้น, และเพราะแรงผลักดันของมัน--เพื่อบอกธานอสว่าแกกำลังจะตาย...แล้วเผด็จศึกแบบช้าๆ  ธอร์ถูกอารมณ์พาไปให้หลงทางในแบบเดียวกับสตาร์ลอร์ด และมีส่วนร่วมต่อการรับผิดชอบเรื่องธานอสเช่นกัน" แอนโธนี่กล่าว


[16] ในอินฟินิตี้วอร์ ธอร์เสียเวลาสร้างอาวุธใหม่ 'สตอร์มเบรคเกอร์' นานพอดู แต่ขวานค้อนอันใหม่ก็แสดงศักยภาพร้ายกาจให้เป็นที่ประจักษ์ช่วงท้ายเรื่อง และถ้าใครอยากรู้ชัดๆ เลยว่าระหว่างสตอร์มเบรคเกอร์กับถุงมืออินฟินิตี้ของธานอสอะไรทรงพลังกว่า ขอบอกให้ชัดเลย "สตอร์มเบรคเกอร์ทรงพลังกว่า" ครับ

คนเขียนบทร่วมของหนัง-มาร์คัสและแม็คฟีลี่ย์ ให้รายละเอียดเอาไว้ดังนี้ "ผมจินตนาการว่ามันเป็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่คนสร้างอาวุธทั้งสองชิ้นคือคนเดียวกัน" มาร์คัสกล่าวถึง 'Eitri-เอทรี่' ราชาคนแคระ "มันเป็นเวทมนตร์ของคนแคระ"

และ "เอทรี่สร้างสิ่งที่เขาชอบให้แก่คนที่เขาชอบ" แม็คฟีลี่ย์เสริม

--สรุป-- ความแข็งแกร่งของอาวุธที่สร้างโดยคนแคระไม่เกี่ยวกับโลหะหรือวัสดุใดๆ แต่ขึ้นอยู่กับเวทมนตร์ซึ่งคนแคระใส่ตอนสร้างอาวุธ และเอทรี่สร้างถุงมืออินฟินิตี้ให้มีจุดอ่อนไว้ (เหมือนเดธสตาร์ในสตาร์วอร์ส) ทำให้ถุงมือแพ้ทางสตอร์มเบรคเกอร์


[17] โจ รุสโซเผยว่าตอนพัฒนาบทของอินฟินิตี้วอร์  มีการเปลี่ยนสถานที่อันเป็นแหล่งที่มาของอาวุธใหม่หลายครั้ง และมีบทหนังฉบับที่ธอร์ได้เดินทางไปพบวิญญาณบรรพบุรุษด้วย แต่สุดท้ายก็กลายเป็นอย่างในหนัง

ส่วนเหตุผลที่อินฟินิตี้วอร์ เสียเวลาบอกเล่าภารกิจสร้างอาวุธใหม่ บวกด้วยการเน้นดราม่าชีวิตของธอร์มากกว่าฮีโร่คนอื่นก็เพราะ

"เราอยากสร้างความรู้สึกว่าธอร์จะเป็นคนกู้วิกฤติในหนัง ภารกิจสร้างอาวุธใหม่เพื่อสังหารธานอสของธอร์ จึงเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวและใช้เวลาบอกเล่าค่อนข้างมาก เราเน้นดราม่าชีวิตเขาหนักๆ เพื่อให้ผู้คนมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องนี้--เพื่อให้ผู้ชมเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึก เมื่อไปถึงจุดสุดยอด (climax) ของหนัง"


[18] มีคนตั้งข้อสังเกตว่าตอนขวานค้อนผ่าวายุ 'Stormbreaker-สตอร์มเบรคเกอร์' ตีเสร็จใหม่ๆ  กรูทได้ยกมันขึ้นจากพื้นก่อนยอมตัดแขนของตนข้างหนึ่งให้กลายเป็นด้ามจับของอาวุธ แสดงว่ากรูทนั้นคือผู้ 'คู่ควร' เหมือนธอร์กับวิชั่นใช่หรือไม่ ?

"โยเนียร์ต้องการผู้คู่ควร, สตอร์มเบรคเกอร์ไม่ต้อง" คือคำตอบของพี่น้องรุสโซ จากทวิตเตอร์ทางการของหนังอินฟินิตี้วอร์


[19] ฉากแถมท้ายหนัง Black Panther แสดงภาพบัคกี้เพื่อนซี้กัปตันอเมริกาตื่นจากจำศีล ก่อนคนดูหนังจะเห็นหน้าค่าตาเขาอีกทีในอินฟินิตี้วอร์
บางคนอาจสะกิดใจว่ากัปตันฯ เห็นเพื่อนตื่นขึ้นมาแล้วทำไมไม่ค่อยทำท่าแปลกใจหรือดีใจอะไรเป็นพิเศษ
สาเหตุเพราะทั้งคู่มีโอกาสพบกันนอกจอในช่วงระหว่างหนังแบล็คแพนเธอร์กับอินฟินิตี้วอร์แล้วนั่นเอง

โจ รุสโซผู้กำกับร่วมของอินฟินิตี้วอร์เผย "ผมคิดว่าสตีฟ, ผู้หลบหนีมาตลอดตั้งแต่ Civil War มีการติดต่อกับชูริและทีชาลลาอย่างสม่ำเสมอ เขากำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ละ แต่ผมคิดว่าเขาหาทางกลับไปวาคานด้าได้ราวสองสามครั้ง...และนั่นส่งผลให้เรา (โจ+แอนโธนี่) กำกับฉากดังกล่าวแบบนั้น, นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพบกันตั้งแต่บัคกี้ตื่น"


[20] ฮัลค์พ่ายแพ้แก่ธานอสตั้งแต่ต้นเรื่องของอินฟินิตี้วอร์ จากนั้นก็เก็บตัวยาวตลอดเรื่อง 'บรูซ แบนเนอร์' จึงจำต้องใช้เกราะไอร์ออนแมนไซส์เบิ้มต่อสู้ช่วยเหลือผองเพื่อน ทำให้คนดูพากันคิดว่าฮัลค์หวาดกลัวธานอสจนไม่ยอมสู้ แต่ความจริงการเก็บเนื้อเก็บตัวของฮัลค์เป็นเพราะสาเหตุอื่นต่างหาก

'โจ รุสโซ'-ผู้กำกับร่วมอินฟินิตี้วอร์ต้องการสร้างสถานการณ์ บีบบังคับให้ 'บรูซ แบนเนอร์' ทำตัวเป็นฮีโร่บ้าง ไม่ใช่พึ่งพาพละกำลังฮัลค์เอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันเสมอ

ส่วนฮัลค์ผู้ชื่นชอบการต่อสู้อย่างสนุกสนานนั้น ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ใน Thor: Ragnarok กับการลิ้มรสความพ่ายแพ้ และฮัลค์กับแบนเนอร์แย่งกันครอบครองร่างมาตลอด ฮัลค์จึงเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมมันต้องช่วยแบนเนอร์ด้วย ? ในเมื่อแบนเนอร์ต้องการตัวมันเฉพาะเวลาต่อสู้

--สรุป+ตีความ-- ฮัลค์เคยครองร่างแบนเนอร์นานกว่า 2 ปีจนเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองชัดเจน และเมื่อการต่อสู้ไม่สนุกอีกต่อไป
ฮัลค์เลยไม่อยากช่วยแบนเนอร์ ที่มองเห็นมันเป็นแค่ตัวช่วยยามคับขันอีกแล้ว (งอนแบนเนอร์นี่เอง)


[21] 'ซามูเอล แอล. แจ๊คสัน' ชี้แจงให้ทราบชัดๆ ว่าทำไมก่อนธานอสลบชีวิิตครึ่งจักรวาล  ตัวละครของเขาอย่าง 'นิค ฟิวรี่' ดันไม่เคยเรียกตัวกัปตันมาร์เวลมาโลกเลย แม้เคยเกิดภัยพิบัติใหญ่ก่อนหน้าหลายวาระ

"หล่อนบอกว่าเฉพาะยามฉุกเฉินจริงๆ ซึ่งในเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่นอย่างเช่นเอเลี่ยนบุกโลกนั่น คนอื่นๆ นั้นก็สามารถรับมือมันได้  ไม่ใช่ระดับเดียวกับเหตุวุ่นวายที่คนหายไปครึ่งจักรวาล

เราเพิ่งเจอเหตุฉุกเฉินครั้งประวัติการณ์ ที่ฟิวรี่รู้สึกต้องการตัวเธอมาช่วยด่วน  ถ้าให้ระบุชัดๆ คือฟิวรี่ไม่รู้จะสู้ยังไงถ้าตัวเองไม่อยู่ด้วย  เขาจำเป็นต้องเรียกใครสักคนที่รับมือไหวมา  เวลาดังกล่าวฮีโร่คนอื่นๆ ไม่สามารถติดต่อได้ และพวกเขาสุดยอดตอนรับมือวิกฤติระดับโลกแบบทั่วไป  แต่กับการรับมือนักเลงอวกาศที่ครอบครองมณีอินฟินิตี้ครบทุกเม็ดนั่น เราต้องการอะไรที่มากกว่านั้น"



COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,5,Black Panther,5,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,30,DCEU History,7,Doctor Strange,7,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,32,Ghostbusters,2,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,24,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,60,Maze Runner,4,MCU Disney+,5,MCU History,22,MCU tie-in comics,12,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,6,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,2,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,59,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,3,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,3,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: # ย้อนมอง 21 เกร็ดสงคราม Infinity # ก่อนที่จะดู Avengers: Endgame
# ย้อนมอง 21 เกร็ดสงคราม Infinity # ก่อนที่จะดู Avengers: Endgame
https://4.bp.blogspot.com/-Qf5fpYjznAk/XLyQyyEKueI/AAAAAAAAG9w/mr2Lz1vI5LssXd8IaGBIkUJLQZCalYHaACLcBGAs/s640/Endgame%2BUnique.jpg
https://4.bp.blogspot.com/-Qf5fpYjznAk/XLyQyyEKueI/AAAAAAAAG9w/mr2Lz1vI5LssXd8IaGBIkUJLQZCalYHaACLcBGAs/s72-c/Endgame%2BUnique.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2019/04/21-things-you-should-know-about-infinity-war.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2019/04/21-things-you-should-know-about-infinity-war.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content