เบื้องหลังของหนังบอนด์ >>ยุค เพียร์ซ บรอสแนน & แดเนียล เคร็ก

  ภาพยนตร์ชุดพยัคฆ์ร้าย 007 ภายใต้การผลิตของอีออนโปรดักชั่นส์ ที่นับรวม No Time to Die ด้วย มีจำนวนทั้งสิ้น 25 เรื่อง บทความจะพาคุณย้อนกลับไ...

 


ภาพยนตร์ชุดพยัคฆ์ร้าย 007 ภายใต้การผลิตของอีออนโปรดักชั่นส์ ที่นับรวม No Time to Die ด้วย มีจำนวนทั้งสิ้น 25 เรื่อง

บทความจะพาคุณย้อนกลับไปมองวันวาน ของผลงานอีออนที่ใช้ดารานำเป็น เพียร์ซ บรอสแนน & แดเนียล เคร็ก, ตามรายการดังต่อไปนี้


เพียร์ซ บรอสแนน

GoldenEye (1995)

Tomorrow Never Dies (1997)

The World Is Not Enough (1999)

Die Another Day (2002)


แดเนียล เคร็ก

Casino Royale (2006)

Quantum of Solace (2008)

Skyfall (2012)

Spectre (2015)

No Time to Die (2021)




GoldenEye (1995)


ครั้งแรกของเพียร์ซ บรอสแนน ในบทบอนด์, จูดี้ เดนช์ ในบทเอ็ม (ผู้หญิง) และครั้งแรกสำหรับฌอน บีน ที่ตายในหนังเรื่องเดียว 2 หน

ภาพยนตร์ฟื้นคืนชีพแก่แฟรนไชส์ โดยการนำฉากแอ็คชั่น, เซ็กซ์ และจุดหักมุม รวมใส่พานมาถวายแด่ผู้ชม

และถึงจะเชยไปตอนฉาย เนื่องจากกำแพงเบอร์ลินถูกทุบทำลาย (สหภาพโซเวียตล่มสลาย) แล้ว... แต่คนรัสเซียได้บทตัวร้ายอีกครา


ฌอน บีน คืออเล็ก เทรเวเลียน/อดีตจารชนรหัส 00 ของ MI6 ที่อยากชำระแค้นให้ครอบครัวชาวรัสเซีย

007 ต้องหยุดอาวุธดาวเทียมของเพื่อนร่วมอาชีพเก่า ที่เล็งเป้าใส่กรุงลอนดอน

ส่วนเหตุการณ์นอกจอ, บรอสแนนได้รับการยอมรับในฐานะ 007 จากทั้งแฟนคลับรุ่นเก่าและรุ่นใหม่



Tomorrow Never Dies (1997)


หลังใช้ตัวร้ายตกยุค, Tomorrow Never Dies มาพร้อมคู่ต่อสู้ใหม่ของบอนด์ ที่ความร่วมสมัยเหนือกว่า

เจ้าพ่อสื่อเอลเลียต คาร์เวอร์ (ผู้แสดงคือโจนาธาน ไพรซ์) ใช้ข่าวปลอม (เฟคนิวส์) เสี้ยมอังกฤษกับจีนให้ตีกัน เพื่อจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3

ภาพยนตร์เป็นที่นิยมแต่ไปไม่ถึงอันดับ 1 บนตารางหนังทำเงิน ตอนเปิดตัว, เพราะฉายชนกับ Titanic ของผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน



The World Is Not Enough (1999)


หนังบอนด์เรื่องสุดท้ายของศตวรรษที่ 20

พยัคฆ์ร้าย 007 พยายามปกป้องอิเล็กตร้า คิง (โซฟี มาร์โซ) จากเรนาร์ด (โรเบิร์ต คาร์ไลล์) ผู้ก่อการร้ายที่มีกระสุนฝังติดในหัว ส่งผลให้หมอนี่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายใด ๆ 

โดยพระเอกหาได้ทราบไม่ ว่าลูกสาวเศรษฐีน้ำมันคนงามแบบอิเล็กตร้า ความจริงคือผู้สมรู้ร่วมคิดกับเรนาร์ด


แต่จุดหักมุมที่สาวบอนด์กลายเป็นตัวร้าย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจดจำเกี่ยวกับ The World Is Not Enough มากเท่าองค์ประกอบอีก 2 อย่าง

องค์ประกอบแรก คือการที่เดสมอนด์ เลเวลีน/ผู้รับบท Q ในแฟรนไชส์นี้มาอย่างยาวนาน 

ส่งไม้ต่อ มอบแผนกคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ แก่จอห์น คลีส/ในบทผู้ช่วยของคิว (อาร์/R) 


ส่วนองค์ประกอบอย่างที่ 2 คือความไม่สมจริง ในการถ่ายทอดบทบาทนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ ของสาวบอนด์อีกคน

และมันก็แย่ขนาด เดนิส ริชาร์ดส์/เจ้าของบทดร.คริสมาสต์ โจนส์ กลายเป็นผู้ได้รับรางวัลแรสซี่ (Razzie award) สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดแย่



Die Another Day (2002)


หนังบอนด์ภาคแรกของสหัสวรรษใหม่ และภาคสุดท้ายของบรอสแนน

Die Another Day เปิดเรื่องด้วยการให้บอนด์ถูกจับ และทรมานเพื่อเค้นข้อมูล อยู่ในเกาหลีเหนือ 14 เดือน

ก่อนบอนด์จะถูก MI6 รับกลับ เพราะองค์กรอยากแลกเปลี่ยนนักโทษกับบุคคลสำคัญ

MI6 เชื่อว่าบอนด์คายความลับราชการ ระหว่างการทรมาน จึงสั่งพักงานเขา 

แต่บอนด์ก็พิสูจน์ความภักดี จนประจักษ์แก่สายตาต้นสังกัด, แล้วไปงัดกับวายร้ายมหาเศรษฐี ที่มีอาวุธดาวเทียม


Die Another Day ฉลองครบรอบ 40 ปีของแฟรนไชส์ ด้วยการใส่ไข่อีสเตอร์ลงในภาพยนตร์เพียบ (เช่น ประวัติตัวละคร หรือเหตุการณ์ที่คล้ายภาคอื่น, ฉากที่ถ่ายทอดด้วยมุมกล้องของภาคเก่า ๆ)

แต่สงสัยมัวสนใจเรื่องนั้นเกิน จนคุณภาพผลงานตก, เหล่าแฟนคลับมักมองว่าเป็นหนึ่งในภาคที่ห่วยที่สุด


องก์แรกของหนังเองก็เสียงตอบรับไม่ดี แม้มีความบู๊ระห่ำ เจมส์ บอนด์คนเดียวปราบผู้ร้ายตายเป็นเบือ

เมื่อรวมกับเสียงชื่นชมต่อ Jason Bourne ซึ่งแนวจารชนเหมือนกัน, ฉายในปีเดียวกัน แต่มีความดิบสมจริงกว่า

อีออนกับสตูดิโอ MGM ที่ได้รับลิขสิทธิ์เหนือ Casino Royale ของเอียน เฟลมมิงแล้ว 

จึงวางแผนทิ้งความเวอร์วังระดับการ์ตูน ของเจมส์ บอนด์ไว้เบื้องหลัง, และใช้นิยายเล่ม 1 เป็นจุดตั้งต้นใหม่ของแฟรนไชส์



Casino Royale (2006)


"นังแพศยาตายแล้ว" (The bitch is dead now.) คือประโยคสุดท้ายในนิยายเจมส์ บอนด์เล่มแรก, มันแสดงถึงความเลือดเย็นของ เจมส์ บอนด์จากงานต้นฉบับ

การดัดแปลงหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 สู่ภาพยนตร์ภาคแรกของแดเนียล เคร็ก, ใกล้เคียงวิสัยทัศน์เอียน เฟลมมิงมากขึ้น

แต่นี่จุดประเด็นให้เกิดการถกเถียงในหมู่แฟนก่อนฉาย 

มีแค่คนที่ชอบความใกล้เคียงนิยาย ที่ปลื้มตอนได้ข่าวว่า เคร็กคือบอนด์คนใหม่ 


อย่างไรก็ตาม ผู้ต่อต้านเคร็กเยอะแยะ ที่เปลี่ยนใจหลังได้รับชมหนัง

Casino Royale คือผลงาน 'มาร์ติน แคมป์เบลล์' ผู้กำกับเดียวกับ GoldenEye 

แต่คราวนี้บอนด์เพิ่งได้เป็น 007, ไม่เก่งขนาดเวอร์ชั่นเพียร์ซ บรอสแนน

เขากับเวสเปอร์ ลินด์/คนของกระทรวงการคลังอังกฤษ จับคู่กันไปปะทะเลอ ชีฟร์/ผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ก่อการร้าย ด้วยการประชันบนโต๊ะพนัน

ระหว่างภารกิจบอนด์ เกิดความรักจริงจังต่อเวสเปอร์... ทว่าบทสรุปความสัมพันธ์ออกจะไม่สวยสักเท่าไหร่


ประโยคสุดท้ายของหนังสือ Casino Royale (ซึ่งเป็นที่จดจำของสาวกนิยาย) เปล่าถูกกล่าวในตอนจบภาพยนตร์

แต่ประโยคสุดท้ายของภาพยนตร์ คืออีกประโยคเด็ดของเพชฌฆาต 007 อย่าง "ผมชื่อบอนด์... เจมส์ บอนด์"



Quantum of Solace (2008)


ทั้งเหล่านักวิจารณ์และแฟนคลับ ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคต่อโดยตรงของ Casino Royale ห่วย

บอนด์พยายามตามหาความจริง เกี่ยวกับองค์กรควอนตัม, และล้างแค้นที่พวกมัน ทำระยำกับเวสเปอร์และเขาไว้ในภาคก่อน


ชื่อภาคหยิบมาจากเรื่องสั้นของเอียน เฟลมมิง แต่เนื้อหาไม่อิงต้นฉบับ

จุดกำเนิดของปัญหาในผลงาน คือบทภาพยนตร์เขียนไม่เสร็จดี ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

เพราะช่วงเวลาผลิต มีการหยุดงานประท้วง ของสมาคมผู้เขียนบท

บทร่างดังกล่าว เลยผ่านการแก้ไขและเพิ่มเติม โดยนักเขียนคนอื่นๆ อีกหลายรอบ


ปัญหาถัดมา คือสไตล์ของผกก.มาร์ค ฟอสเตอร์ (World War Z, Monster's Ball) 

ที่นักวิจารณ์ติว่าเอาแต่ทำ "กล้องสั่น" เหมือนคนชักกระตุกถ่าย และความต่อเนื่องในการนำเสนอย่ำแย่

หนังทั่วไปพฤติกรรมตัวละครเปลี่ยนแปลงจากฉาก-ต่อ-ฉาก, ทว่า Quantum of Solace เปลี่ยนไวแทบจะถึงขั้นวินาที-ต่อ-วินาที

แถมหนังยังทำหน้าที่ "ภาคต่อ" ได้ไม่ดีแบบที่มันควรเป็น, เพราะประเด็นที่เล่นส่วนใหญ่ ไม่เกี่ยวกับ Casino Royale โดยตรง



Skyfall (2012)


เป็นธรรมดาที่แฟรนไชส์อายุยืนจะเจอปัญหาอยู่เนืองๆ เนื่องจากต้องพยายามก้าวข้ามของเดิมตลอด 

ใช่แล้ว, ชื่อเสียงหนังชุดบอนด์เคยง่อนแง่นหลายรอบ และผู้สร้างผ่านมันมาได้ 

แต่ก็ท่าจะแย่อีกครั้งละ เพราะ Quantum of Solace...


ผู้อำนวยการสร้างไมเคิล จี. วิลสัน & ดาน่า บร็อคโคลี่ จึงตัดสินใจเรียกใช้บริการผกก.แซม เมนเดส & ผู้กำกับภาพโรเจอร์ เดียกินส์ 

ให้มาผลิตผลงานฉลองครบรอบ 50 ปีแฟรนไชส์, จนได้หนังที่อุดมด้วยภาพสวยงาม

และเลือกนักร้องชั้นเลิศแบบอะเดล (Adele) มา เพื่อประพันธ์ดนตรีสุดบรรเจิด 

จนได้ผลลัพธ์เป็นของที่เทียบเคียง เพลงอมตะในหนังบอนด์ภาคก่อนๆ ไหว


ราอูล ซิลวา/อดีตจารชนของ MI6 ผันตัวสู่ผู้ก่อการร้ายไซเบอร์ และตั้งใจชำระแค้นส่วนตัว กับอดีตนายเก่าแบบเอ็ม (จูดี้ เดนช์)

หัวหน้าหญิงของบอนด์ (ที่เคยมีแต่ฉากดุลูกน้องคนโปรด ตอนอยู่ด้วยกัน) เลยมีโอกาสออกผจญภัยร่วมกับ 007 เป็นครั้งแรก 

แต่ก็เป็นครั้งเดียว (เพราะนักแสดงเล่นมานาน อยากอำลาบทสักที) 007 ในหนังจึงต้องเปลี่ยนนายคนใหม่ 


และสุดท้าย, Skyfall คือความสำเร็จระดับเกรด A สำหรับทุกฝ่าย




Spectre (2015)


อีออนโปรดักชั่นส์ กลับมาถือลิขสิทธิ์เหนือบท Thunderball รวมถึงตัวร้ายอมตะของหนังชุดบอนด์ อย่าง 'เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์'

ผู้เป็นหัวหน้าองค์กร SPECTRE (และตัวองค์กร SPECTRE เอง) เลยได้กลับมาปะทะบอนด์ ในเวอร์ชั่นใหม่

และมีการแต่งเรื่องให้ทั้งเลอ ชีฟร์, ควอนตัม, ราอูล ซิลวา คือส่วนหนึ่งของสเปกเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงทุกอย่าง


แซม เมนเดสนั่งแท่นกำกับอีกหน, ภาพยนตร์ไม่ใช่ความล้มเหลวแบบ Quantum of Solace

แต่ก็ไม่ใช่ความสำเร็จใกล้เคียง Skyfall สมความคาดหวังของหลายฝ่าย



No Time to Die (2021)


ตอนจบของ Spectre บอนด์พบรักจริงจังครั้งใหม่ และเกษียณจากหน้าที่ไปใช้ชีวิตสงบสุขกับเธอแล้ว 

แต่ภาคล่าสุด สหายจารชนอเมริกา/เฟลิกซ์ ไลเทอร์ ตามเขากลับมาเพราะอยากให้ช่วยอะไรบางอย่าง

และเจมส์ บอนด์ ยังต้องพบว่ารหัส 007 ของเขา โดน MI6 โอนไปให้สายลับคนใหม่ ที่เป็นผู้หญิงผิวดำแล้วด้วย


No Time to Die เลื่อนฉายหลายรอบนัก, กำหนดแรกสุดคือพฤศจิกายน 2019 แต่ก็ขยับไปกุมภาพันธ์ 2020 กับเมษายน 2020 ตามลำดับ

หลังแดนนี่ บอยล์ (Trainspotting) ถอนตัว และแครี่ โจจิ ฟุคุนางะ มารับตำแหน่งผู้กำกับแทน

ซึ่งพอเข้าช่วงเมษาฯ 2020 ก็เกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่า

เวลาฉายจึงล่าช้าสู่พฤศจิกายน 2020, เมษายน 2021 และตุลาคม 2021



ที่มาultimateclassicrock


COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avatar,2,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,6,Black Panther,6,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,36,DCEU History,12,Doctor Strange,8,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,34,Ghostbusters,2,Halloween,3,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,29,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,69,Maze Runner,4,MCU Disney+,9,MCU History,30,MCU tie-in comics,13,Middle-earth,10,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,7,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,8,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,60,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,5,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,5,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: เบื้องหลังของหนังบอนด์ >>ยุค เพียร์ซ บรอสแนน & แดเนียล เคร็ก
เบื้องหลังของหนังบอนด์ >>ยุค เพียร์ซ บรอสแนน & แดเนียล เคร็ก
https://1.bp.blogspot.com/-XnrTvXQeK6M/YVbuJz98YEI/AAAAAAAAMVE/GLkUdCcgGGklorsA8BCoVpSLzWlPQqU3QCLcBGAsYHQ/w640-h396/Fifth%2Band%2BSixth%2BBond.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-XnrTvXQeK6M/YVbuJz98YEI/AAAAAAAAMVE/GLkUdCcgGGklorsA8BCoVpSLzWlPQqU3QCLcBGAsYHQ/s72-w640-c-h396/Fifth%2Band%2BSixth%2BBond.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2021/09/pierce-brosnan-and-daniel-craig-bond-movies.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2021/09/pierce-brosnan-and-daniel-craig-bond-movies.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content