[Spoil] บทสัมภาษณ์ >>เมื่อผู้ร่วมเขียนบท Rise of Skywalker ชี้ว่า Last Jedi สอดคล้องกับผลงานของเขา

คริส เทอร์ริโอ/ผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่เคยชนะรางวัลออสการ์ คือชายผู้ได้รับเลือกโดยเจ.เจ.อับรามส์ ให้มาช่วยผลิตบทหนังของ  Rise of Skywalker...



คริส เทอร์ริโอ/ผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่เคยชนะรางวัลออสการ์ คือชายผู้ได้รับเลือกโดยเจ.เจ.อับรามส์ ให้มาช่วยผลิตบทหนังของ Rise of Skywalker ภาคปิดท้ายแห่งมหากาพย์สงครามดวงดาวทั้ง 9 ตอน
และเขาก็ใช้เวลากว่า 2 ปีครึ่ง สร้างเนื้อหาอันดำรงอยู่ในกาแล็คซี่ไกลโพ้นออกมา

คำถามที่เกิดขึ้นเป็นเงาตามตัวสำหรับสื่อต่างประเทศแบบ The Hollywood Reporter
คือบุรุษผู้กลั่นเอาเนื้อหาของ Argo กับ Batman v. Superman: Dawn of Justice ออกจากสมอง
มองผลงานที่เสียงตอบรับในหมู่แฟนแตกแยกรุนแรง แบบ 'The Last Jedi' อย่างไร ในฐานะคนที่ต้องรับช่วงสานต่อมัน

คำตอบโดยภาพรวมของคริส เทอร์ริโอ บ่งชี้ว่าผลงานของเขาสอดคล้องกับหนังภาคก่อนของไรอัน จอห์นสัน
ซึ่งไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่ ยังไงผมก็ขอเลือกเนื้อหาอันเกี่ยวข้องกับมุมมองดังกล่าวบางส่วนมากบ้างน้อยบ้าง มาแปลตามวิจารณญาณส่วนตัวล้วนๆ
เพื่อมอบให้ผู้อ่านได้พิจารณาด้วยตนเองกันต่อ ดังนี้
คริส เทอร์ริโอ



***บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Star Wars: The Rise of Skywalker***



ประเด็นแรกของเรื่องราวที่คุณเสนอกับเจ.เจ.ว่าควรบอกเล่าคือสิ่งใด ?

ผมอยากเห็นเรย์, โพ, ฟินน์ อยู่ร่วมกัน  ผมอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าอยู่พร้อมหน้าพวกเค้าจะมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันยังไง
ผมตั้งตารอดูเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอน Episode VII และในเมื่อเรื่องราวของ Episode VIII จับพวกเขาแยก--ด้วยความจำเป็น--ผมเลยแทบอดใจรอไม่ไหว ที่จะให้สามสหายอยู่ครบคน และออกผจญภัยร่วมกันในแบบฉบับสุดคลาสสิค


ทำไมคุณเลือกจะให้เรย์เกี่ยวข้องกับพัลพาทีน ?

เรามองว่าเบื้องหลังของเรย์ยังไม่ถูกเผยจนครบใน Episode VIII
คุณอาจบอกว่า 'พอแค่นั้นแหละ เรย์ค้นพบว่าพ่อแม่หล่อนไม่ใช่พวกสกายวอล์คเกอร์, จบนะ' ก็ได้
แต่เรื่องราวของเธอ เกี่ยวข้องกับที่มาของตัวหล่อนเสมอ
แผลใจจากการใช้เวลาบนดาวแจ็คคู (Jakku) นานหลายปี คือสิ่งที่หล่อหลอมตัวเธอ
เหตุการณ์ใน Episode VII บอกใบ้ว่าเกิดบางสิ่งขึ้นกับเรย์ และมันรบกวนจิตใจเธอตลอดมา
เธอได้รับคำตอบบ้างแล้วใน Episode VIII แต่เราไม่ยักรู้สึกว่าทุกอย่างถูกเผยหมดเรียบร้อย

เรารู้สึกว่าเรย์น่าจะยังเหลือคำถามบางอย่างค้างคาในใจ เรื่องเธอมาจากไหนและควรมุ่งหน้าสู่ทางใดต่อ
เราใช้ประเด็นนี้นำทางหนังต่อ ซึ่งไรอัน จอห์นสันเคยบอกว่า เขาคิดคำตอบโดยตั้งโจทย์ว่า 'ข่าวร้ายที่สุดสำหรับเรย์ควรจะเป็นแบบไหน ?'
เธอมาจากพวกคนเก็บขยะ และนั่นยังคงเป็นเรื่องจริง เรามิได้หักล้างสิ่งนั้นไป
แต่ตอนผมคุยกับเจ.เจ. เขาว่า 'เอ้อ, แล้วเราให้คำตอบที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นขึ้นอีกหลายขั้นได้ไหม ?'
เราจึงคิดว่าเรย์ควรมาจากครอบครัวที่เป็นอริ  กับครอบครัวใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือดของเธอ

เลอานั้นเสมือนดั่งตัวแทนมารดาสำหรับเรย์ ผู้สูญเสียแม่ที่แท้จริงไป
ไอเดียว่าเรย์เชื่อมโยงกับผู้ใช้พลังด้านมืดมากกว่า จึงเหมาะกับทิศทางของภาพยนตร์
เลอาฝึกฝนทายาทของศัตรูตัวฉกาจ ผู้มีความแข็งแกร่งของศัตรูตัวฉกาจนั้นอยู่ภายใน
และไอ้หมอนั่นเคยบ่อนทำลายอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ รวมถึงทำลายชีวิตสกายวอล์คเกอร์ทั้งตระกูลมาตั้งแต่แรก

ไอเดียนี้แลดูน่าตื่นเต้นและสร้างแรงกระทบชั้นดีแก่พวกเรา
เราชอบที่เลอาตระหนักถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น แต่ยังคงมองเห็นหัวใจ, จิตวิญญาณ และความหวังในตัวเรย์
เธอตัดสินใจยอมเสี่ยงฝากฝังความหวังของทั้งกาแล็คซี่ ไว้ในมือทายาทของอริผู้ยิ่งใหญ่
ประเด็นนี้ช่างเปี่ยมพลังสำหรับเรา เหมือนที่ลุคกล่าวไว้, บางสิ่งทรงพลังยิ่งกว่าสายเลือดนัก

ในตอนจบภาพยนตร์ เรย์เลือกจะประกาศตัวในฐานะสกายวอล์คเกอร์ ราวกับเธอมอบบทสรุปให้ประเด็นของเรา
ตัวคุณเองคือผู้เลือกครอบครัวที่แท้จริง คุณคือผู้เลือกกำพืดของตนเอง
เรย์ปฏิเสธต้นตอทางสายเลือด หล่อนเลือกสืบทอดตำนานของเจได
ในศึกสุดท้ายที่เจไดทั้งหมดเข้าช่วยเรย์ แสงดวงหนึ่งกล่าวว่า 'ตอนนี้เราคือบรรพบุรุษของเธอแล้ว' (We are your ancestors now.) ผมเชื่อว่าคำพูดนั่นคือความจริง


แฟนๆ จำนวนมาก ชอบที่ The Last Jedi ให้ทุกคนมีสิทธิ์กลายเป็นผู้ใช้พลัง
ก็เข้าใจแล้วนะว่าทำไมเรย์ควรสืบทอดเชื้อสายจากจักรพรรดิ
แต่สำหรับพวกเด็กๆ คนกวาดคอกสัตว์ ซึ่งไม่ใช่ลูกหลานคนดังอะไรละ หนังของคุณสนใจคนแบบพวกเขาบ้างหรือเปล่า ?

แน่นอน, Rise of Skywalker ทำให้เราเห็นฟินน์ค้นพบว่าตนมีพรสวรรค์ เขาสัมผัสได้ถึงพลัง
ฟินน์รู้สึกถึงความตายของเรย์ได้ในชั่วขณะสุดวิกฤติของศึกชี้ชะตา
ฟินน์สัมผัสได้ถึงยานสั่งการ ที่เป็นตัวต้นตอส่งสัญญาณสู่ลำอื่นๆ
เราปลูกฝังแนวคิดเรื่องฟินน์รวมถึงเหล่าคนธรรมดาทั่วกาแล็คซี่ สามารถกลายเป็นผู้ใช้พลังได้เช่นกัน ไว้ในหนัง
กาแล็คซี่กว้างใหญ่ไพศาล ไม่จำเป็นต้องลูกหลานสกายวอล์คเกอร์หรือพัลพาทีนจึงจะมีสิทธิ์แข็งแกร่งด้านพลัง


ตกลงฟินน์จะสารภาพอะไรกับเรย์แต่ไม่มีโอกาสได้พูดกัน ใช่เรื่องเขาสัมผัสได้ถึงพลังรึเปล่า ?

คุณตีความได้ตามชอบใจ บางคนอาจแปลว่าฟินน์อยากสารภาพรักกับเรย์ บางคนอาจแปลว่าฟินน์ต้องการบอกเรื่องพลัง


ตอนลุคปรากฏตัวบนดาวเครท (Crait) ใน Last Jedi เขาขอโทษเลอาที่หันหลังให้การต่อสู้, วิถีเจได และตำนานของตน
ราวกับยอมรับกลายๆ ว่าชายที่โยนไลท์เซเบอร์ทิ้งโดยไม่ใยดีบนดาวอัคโท (Ahch-To) น่ะคิดผิด
ก่อนเสียสละชีวิตเพื่อช่วยฝ่ายต่อต้าน และกระจายความหวังไปทั่วกาแล็คซี่

ใน Rise of Skywalker มีฉากวิญญาณลุคกล่าวว่า 'อาวุธของเจไดควรได้รับความเคารพมากกว่านี้' ประโยคนี่คือการอ้างอิง ถึงตอนลุคโยนอาวุธเจไดแบบไร้ความเคารพใช่หรือไม่ ?
มันสอดคล้องกับบทสรุปของลุค สกายวอล์คเกอร์ ที่ไรอัน จอห์นสันใส่ไว้ใน Last Jedi สินะ ?

ถูกต้องตามนั้น ผู้คนที่มองว่าประโยคนี้เจ.เจ.ตำหนิไรอัน ตีความพลาดกัน...
ลุคล้อเลียนตัวเอง เป็นการบอกกับเรย์ว่า 'ได้โปรดอย่าทำผิดพลาดแบบเดียวกับฉัน' มันคือธีมอีกอย่างของหนัง
เราเรียนรู้สิ่งดีๆ จากบรรพบุรุษ, บิดามารดา, คนรุ่นก่อนๆ เพื่อจะไม่ต้องกระทำความผิดพลาดเดียวกับพวกเขาซ้ำ


ฉากนึงของภาพยนตร์ที่สำคัญคือการสนทนาของฮาน กับไคโล เรน ซึ่งชวนให้หวนนึกถึงฉากคลาร์กคุยกับโจนาธาน เคนท์ใน Batman v Superman
คุณสร้างฉากสนทนาระหว่างลูกชายกับพ่อลักษณะเดียวกัน เพราะตระหนักดีว่าใช้ฮานในรูปแบบผีพลัง (Force Ghost) ไม่ได้ละสิ ?

ช่วงต้นโครงการ เราปรึกษากันว่าเหตุการณ์ไตรภาคนี้จะคลี่คลายลง โดยปราศจากฉากสารภาพบาปต่อหน้าพ่อมิได้
การให้อภัยโดยบิดาอ้างอิงจากแนวคิดของโจเซฟ แคมป์เบลล์ (ศาสตราจารย์คนดังด้านตำนานปรัมปราและศาสนาของอเมริกา)
บาปต่อครอบครัวซึ่งหนักหนาสุดของไคโล เรน คือการทำปิตุฆาต--เขาสังหารบิดาตน
ไคโล เรนมิใช่เทพบุตร, เขาก่อบาปอีกมากมายไปทั่วทั้งกาแล็คซี่ กระทำสิ่งเลวร้ายเยอะแยะ
แต่ในเทพนิยายกรีก บาปเกี่ยวกับครอบครัวที่ต้องได้รับการอภัยอย่างแท้จริง คือการฆาตกรรมบุพการี

ฉากนั้นฮานมิใช่ผีพลังหากแต่เป็น [ความทรงจำ]  เรนจำเป็นต้องร้องขอการให้อภัยจากพ่อของเขา
ก่อนหน้านั้นในหนังเราจะได้ยินเรย์พูดว่า 'เธอยังเห็นภาพสิ่งที่กระทำต่อพ่อตัวเองตลอด' (You can’t stop seeing what you did to your father.)
เพราะตอนแชร์พลังกับเรน เรย์เห็นภาพความตายของฮานในคลองสายตา
ดังนั้นหลังจากเรย์แสดงความปรานี และฮาน ณ ชั่วขณะตอนตาย ปรากฏตัวต่อหน้าเรนในความทรงจำ
แสงสว่างก็เริ่มส่องประกายอีกครั้งภายในตัวเขา...

หลังจุดเริ่มกลับใจ เราใส่เรนลงไปบนเส้นทางแห่งการไถ่บาป อย่างน้อยก็ในความคิดของเขาน่ะนะ
เขาไม่มีวันยกเลิกสิ่งที่กระทำต่อฮานแล้วได้ เราเอาคำพูดหรือการกระทำที่ปลดปล่อยด้วยความโกรธหรือเกลียดชังคืนมาไม่ได้หรอก
แต่ชั่วขณะดังกล่าว เรนย้อนฉากเดิมตอน Episode VII ขึ้นมาเล่นซ้ำในหัว-- คราวนี้ในแบบที่เขาหวังว่าควรเกิดขึ้น และได้รับความสงบจากภายใน
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตนโดนคนอื่นชักใย-- ตามที่บิดาของเขาบอกไว้
ไม่ใช่โดยสโนคเพียงคนเดียว ศัตรูจากสงครามยุคเก่าก็ชักใยเขาอยู่เช่นกัน


มีเหตุผลเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า ที่โชว์แต่ผีพลังของลุคกับเลอาบนดาวทาทูอีน (Tatooine) แบบไร้เงาสกายวอล์คเกอร์คนอื่น เช่น เบนกับอนาคิน ?

เราปรึกษากันก่อนอยู่แล้วว่าใครควรโผล่ช่วงจบบ้าง ความจริงผีพลังคนอื่นๆ ก็มีโอกาสปรากฏตัวต่อหน้าเรย์กันหมด เพราะตอนนี้หล่อนกลายเป็นเจไดยุคใหม่คนแรก
ผมคิดว่าเธอน่ะมีเจไดยุคเก่ายกโขยงตามติดข้างหลังด้วยซ้ำ

เจ.เจ.ชี้ชัดว่าเขาต้องการเห็นเลอาปรากฏตัวพร้อมลุค เพื่อให้คราวนี้ฝาแฝดได้อยู่พร้อมหน้า ไม่ต้องจากลากันไปไหนอีก บางทีจุดนี้คงมีบอกในฉบับนิยาย
เราคุยกันอยู่ตลอดว่าเลอาสูญเสียบ้าน
ดาวอัลเดอราน (Alderaan) ของเธอแหลกสลาย (เพราะเดธสตาร์)
หล่อนจึงไม่เคยมีโอกาสพาลุคไปดูสถานที่ซึ่งเติบโตมาในฐานะเจ้าหญิง
แต่ลุคน่ะสามารถพาเลอา มาเยือนบ้านไร่ที่เขาเคยอาศัยจนเติบใหญ่ได้
แม้ฝาแฝดทั้งสองจะไม่เคยมีโอกาสแวะชมทาทูอีนด้วยกัน ตอนยังมีชีวิตเลยก็ตาม

...การจะแสดงภาพวิญญาณเหล่าเจไดยืนเรียงแถวหน้ากระดานมันอาจทำได้
แต่ภาพตัวละครใหม่เป็นตันยืนอยู่บนทาทูอีน มันก็น่าจะทำให้ตกใจแทนที่จะประทับใจ
เพราะพวกเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเลอา, ลุค และเรย์สักหน่อย...

อย่างไรก็ตามเราถกกันอยู่นาน ก่อนตัดสินใจให้เรย์มองเห็นอาจารย์ทั้ง 2 ของหล่อน, สกายวอล์คเกอร์ 2 คน, ภาพนี้จะทรงพลังกว่าเห็นแค่คนใดคนหนึ่ง
จุดยืนของเรย์ไม่เหมือนใคร หล่อนได้รับการฝึกฝนโดยสกายวอล์คเกอร์ทั้งสองคน ก่อนใช้สิ่งที่เรียนรู้จากทั้งคู่ ช่วยในการโค่นล้มจักรพรรดิ
และการที่เธอ, ลุค, เลอายืนอยู่ด้วยกัน มันก็สอดคล้องกับการที่เรย์ ถือครองไลท์เซเบอร์ของสกายวอล์คเกอร์ทั้ง 2 เล่ม


ลุคพลีชีพช่วยฝ่ายต่อต้านในตอนจบ Last Jedi พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทั่วกาแล็คซี่ลุกขึ้นสู้
ทว่า 1 ปีต่อมาใน  Rise of Skywalker โพดันบอกตั้งสองรอบ ว่ากาแล็คซี่ยังหวาดกลัวและต้องการความหวัง
ทำไมการเสียสละของลุคเพื่อจุดประกายความหวังล้มเหลว ขณะที่แลนโดทำอะไรไม่รู้แต่จู่ๆ ก็ปลุกทุกคนให้ลุกฮือสำเร็จได้ในองก์ 3 ละ ?

ผมไม่ขออธิบายให้เยอะไป และปล่อยให้ผู้ชมได้ปะติดปะต่อความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์เองบ้างนะครับ
แต่ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่ต้องมองว่าการเสียสละของลุค จุดไฟแห่งความหวังไม่สำเร็จนี่
ลุคพลีชีพ และหลังจากนั้นเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นหลังสมรภูมิบนดาวเครท ก่อนแลนโดออกรวบรวมพันธมิตร แล้วทั่วกาแล็คซี่ก็ขานรับ
ผมบอกได้แค่ความเห็นของตัวเองนะ...แต่ผมว่าตำนานของสกายวอล์คเกอร์และความเสียสละของเขา สร้างแรงกระทบทางใจต่อผู้คนทั่วหล้าทิ้งไว้...
ฉะนั้นวีรกรรมสุดท้ายของสกายวอล์คเกอร์ จึงสอดคล้องกับไคลแม็กซ์ที่แลนโดเรียกรวมพลคนทั่วกาแล็คซี่สำเร็จ


ดนตรีประกอบภาพยนตร์ (soundtrack) ที่เปิดในฉากบนทาทูอีนชื่อ 'บ้านหลังใหม่' (A New Home) แปลว่าจากนี้เรย์จะปลีกตัวมาอาศัยอยู่บนทาทูอีนคนเดียว แบบโดดเดี่ยวเหมือนตอนใช้ชีวิตแถวแจ็คคูงั้นเหรอ ?

ผมขอตอบอย่างมั่นใจ ว่าทั้งตัวบทและตัวภาพยนตร์มิได้ชี้ว่าเรย์จะอาศัยอยู่บนทาทูอีนต่อผู้เดียว
ชื่อดนตรีประกอบเกิดจากดุลพินิจของจอห์น วิลเลียมส์/ผู้ประพันธ์
ผมมิอาจตอบได้ว่าทำไมเขาตั้งชื่อผลงานเป็น 'บ้านหลังใหม่'
แต่ที่ตอบได้คือตลอดไตรภาคนี้ เรย์เสาะหาสถานที่อยู่ของตัวเองและพบครอบครัวใหม่ภายในกองทัพฝ่ายต่อต้าน
หล่อนย่อมไม่อยากปลีกตัวไปใช้ชีวิตบนทะเลทรายคนเดียว หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหลายแหล่มาแน่

ในความเห็นพวกเรา เรย์ไปทาทูอีนเพื่อไว้อาลัยแก่อาจารย์ทั้ง 2 คน
อัลเดอรานของเลอาเป็นฝุ่นผง แต่ทาทูอีน/ดาวบ้านเกิดลุคยังคงอยู่
เรย์นำกระบี่แสงของฝาแฝดสกายวอล์คเกอร์ทั้ง 2 เล่มไปฝังไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้พักผ่อนร่วมกันอย่างสงบสักที บนสถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง


ตกลงลุคกับเลอาไปสนทนาเรื่องชาติกำเนิดเรย์กันหลังสมรภูมิเครทอีท่าไหน ลุคตายในศึกนั้นมิใช่หรือ ?
เพราะปฏิกิริยาตอนเจอกันบนเครทของฝาแฝด เหมือนคนไม่ได้คุยกันนาน
แล้วตกลงที่ลุคกล่าวถึง 'ดาร์ธซีเดียส' เล็กน้อย ระหว่างฝึกให้เรย์ใน Ep. VIII เขารู้ตัวรึเปล่าว่าหลานสาวของพัลพาทีนอยู่ตรงหน้า ?

คำถามนี้ผมขอปล่อยให้คนดูจินตนาการเอง แต่การคิดว่าลุคในสภาพผีพลังจะแวะไปคุยกับน้องสาวผู้เคยฝึกวิชาเจไดบ้าง มันก็น่าจะได้อยู่นะ


มีชั่วขณะนึงในหนังที่เรย์เหม่อมองจ้องแมกไม้เขียวขจี แถวฐานทัพฝ่ายต่อต้านบนดาวอาแจน คลอส (Ajan Kloss)
โพถามเรย์ว่ามองอะไร แล้วเธอตอบว่าไม่มีอะไร
ฉากนี้สะท้อนถึงคำพูดเก่าของเรย์  'ฉันไม่รู้ว่ามีสถานที่เขียวขจีแบบนี้ในกาแล็คซี่ด้วย' ซึ่งถูกกล่าวในภาค The Force Awakens ใช่ไหม ?
ใน Last Jedi เองก็มีฉากเธอตอบสนองต่อสายฝน ราวกับคนที่เจอมันเป็นครั้งแรกด้วย

ผมปลื้มมากที่มีคนสังเกตเห็นเรื่องนี้ สิ่งที่เขียนไว้ในบทเกี่ยวกับชั่วขณะดังกล่าวของเรย์คือ 'เรย์จ้องไปยังพงไพร พร้อมกับพยายามจดจำสีเขียวของมันให้ขึ้นใจ'
มันรำลึกถึงเหตุการณ์ใน Force Awakens แต่ก็ยังมีความหมายแฝงอื่นซ่อนอีก
นั่นคืออาแจน คลอส เป็นสถานที่เดียวซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของแท้ ในช่วงวัยผู้ใหญ่ของเรย์--เธอรักสถานที่แห่งนี้
เธอไม่อยากจากบ้านไปไหน เนื่องจากตระหนักดีว่าหากจากไปเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมตลอดกาล


ที่มา : https://www.hollywoodreporter.com/heat-vision/star-wars-writer-sets-record-straight-perceived-last-jedi-jabs-1265168


COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avatar,3,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,6,Black Panther,6,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,36,DCEU History,12,Doctor Strange,8,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,34,Ghostbusters,2,Halloween,3,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,29,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,69,Maze Runner,4,MCU Disney+,9,MCU History,30,MCU tie-in comics,13,Middle-earth,10,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,7,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,8,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,60,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,5,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,5,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: [Spoil] บทสัมภาษณ์ >>เมื่อผู้ร่วมเขียนบท Rise of Skywalker ชี้ว่า Last Jedi สอดคล้องกับผลงานของเขา
[Spoil] บทสัมภาษณ์ >>เมื่อผู้ร่วมเขียนบท Rise of Skywalker ชี้ว่า Last Jedi สอดคล้องกับผลงานของเขา
https://1.bp.blogspot.com/-t_K1MCb6axM/Xg8Z4tb1JtI/AAAAAAAAJ8w/ErCKhuWeKcgFlb0D1_J26hyuBEiGBmK9wCLcBGAsYHQ/s640/Rey%2BTROS.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-t_K1MCb6axM/Xg8Z4tb1JtI/AAAAAAAAJ8w/ErCKhuWeKcgFlb0D1_J26hyuBEiGBmK9wCLcBGAsYHQ/s72-c/Rey%2BTROS.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2020/01/rise-of-skywalker-writer-answers-for-last-jedi-fall-out.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2020/01/rise-of-skywalker-writer-answers-for-last-jedi-fall-out.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content