เหตุผลที่ตำนาน Ghostbusters ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง >>11 ช่วงเวลาเด็ด ของบริษัทกำจัดผี

  ไม่ทราบปวงชนชาวสยาม เคยข้องใจแบบเดียวกันหรือเปล่า ? ว่าเพราะเหตุใด ผลงานแนวตลกปนเรื่องเหนือธรรมชาติแบบ Ghostbusters  ซึ่งเว้นวรรคจากการมีภ...

 


ไม่ทราบปวงชนชาวสยาม เคยข้องใจแบบเดียวกันหรือเปล่า ? ว่าเพราะเหตุใด ผลงานแนวตลกปนเรื่องเหนือธรรมชาติแบบ Ghostbusters 

ซึ่งเว้นวรรคจากการมีภาพยนตร์นานเกือบ 30 ปี (Ghostbusters II ฉายค.ศ. 1989 ส่วน Ghostbusters: Answer the Call ฉาย 2016)

แล้วหนังรีบูทพลังหญิงที่ปล่อยออกมา ดันโดนแฟนคลับสาปส่ง...

ถึงยังอุตส่าห์เหลือเหล่าสาวกผู้ภักดีไม่เสื่อมคลาย (ในอเมริกา) มากพอ

ที่จะทำให้ค่ายหนังไม่ยอมถอดใจ ในการเข็นภาคใหม่มาเข้าโรงอีก


คำตอบแบบรวบรัดคือช่วงที่ดัง, หนังภาคแรก ถือเป็นปรากฏการณ์ของยุคสมัย

และเพราะแผนการตลาด, อันแทรกซึมสู่สื่อหลากช่องทาง ตลอดหลายสิบปี โดยไม่เคยหายเข้ากลีบเมฆยาวเกินไป

แต่สำหรับคนไทย ซึ่งไม่เคยมีบริษัทกำจัดผี เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนานเหมือนชาวมะริกันแหง... ก็อาจยังนึกภาพไม่ออกอยู่ดีแหละ

จึงขอนำ 11 ช่วงเวลาเด็ดของ Ghostbusters มาตีแผ่ เผื่อใครอยากเข้าใจมากขึ้น 

ว่าทำไมตำนานของแฟรนไชส์นี้ถึง ไม่เคยเสื่อมมนต์ขลังในประเทศบ้านเกิด



[1] การเปิดตัวของบริษัทกำจัดผี


Ghostbusters ภาคแรกสุด เผยแพร่เมื่อ 8 มิถุนายน 1984 โดยต้องประชันกับ Gremlins ของโจ ดันเต้ กับหนังฮิปฮอป/เบรคแดนซ์ดราม่า Beat Street

แต่ก็คว้าชัยชนะ บนตารางหนังทำเงินของอเมริกาเหนือมาได้อย่างสวยงาม ด้วยตัวเลขเปิดตัว 13.5 ล้านดอลลาร์ (จัดว่าปังสำหรับตอนนั้น)

แถมรั้งอันดับ 1 ต่อเนื่องรวดเดียว 7 สัปดาห์ แม้เจอผู้ท้าชิงอื่นๆ แบบ The Karate Kid, Revenge of the Nerds หรือ Bachelor Party


มิหนำซ้ำ มันยังยืนโรงฉายต่อเนื่องอยู่ตั้ง 7 เดือน กว่ากระแสจะซาจนลาโรงเมื่อเดือนธันวาคม, รายได้ทั้งหมดเวลาดังกล่าวคือราว 221 ล้านดอลล์ 

แต่เพราะความป๊อปปูลาร์จริงจัง, โคลัมเบียพิคเจอร์สจึงเปิดก๊อกสองต่อให้ ด้วยการปล่อยเข้าโรงอีกหน ตอนสิงหาคม 1985

Ghostbusters เก็บเพิ่ม 8 ล้าน, ดังนั้นจะมองยังไง ผลงานทุนสร้าง 30 ล้านนี่ ก็ฮิตถล่มทลาย




[2] เพลงธีม แสนติดหู


ช่วงปี 1980s ภาพยนตร์แทบทุกเรื่อง มาพร้อมอัลบั้มเพลงประกอบของตัวเอง, หรืออย่างน้อยคือไปหยิบเพลงป๊อปสักเพลง มาใช้

หลายครานักที่เพลงประกอบ บ่ได้เกี่ยวอีหยังกับเรื่องราวของหนัง

แต่ Ghostbusters น่ะเกี่ยวแน่นอน ดนตรีของเรื่องนี้สะท้อนจิตวิญญาณผลงาน


ศิลปินนาม เรย์ ปาร์คเกอร์ จูเนียร์ คือนักร้อง/นักประพันธ์ ผู้ดังทั้งตอนฉายเดี่ยว และอยู่กับวงเรย์ดิโอ (Raydio)

ปาร์คเกอร์แต่งทำนอง ซึ่งทำให้นึกถึงเสียงกริ่งเรียกบริษัทกำจัดผี สำเร็จภายในไม่กี่วัน

มันคือหนึ่งในเพลงธีมภาพยนตร์ที่อมตะข้ามกาลเวลา และเล่นวนซ้ำไปมาอยู่บน Billboard Hot 100 chart อยู่นาน 3 สัปดาห์




[3] โทรศัพท์ ที่มีเสียงตอบรับปลายทาง


การโทรตามปกติน่ะ ถ้าปลายสายรับช้า เราอาจน้อยใจ 

แต่สำหรับเบอร์โทรที่ปรากฏในหนัง, ปกติคนโทรคงไม่คิดว่าจะมีใครรับจริง 

หรืออยากเล่นสนุกแบบไม่ทันคิดว่า อาจก่อความเดือดร้อนต่อคนที่บังเอิญเบอร์ตรงกันกับในสื่อ...

อย่างไรก็ตาม นั่นมิใช่เรื่องอันอุบัติขึ้นกับ Ghostbusters


ในภาพยนตร์ Ghostbusters จะมีฉากสมาชิกบริษัทกำจัดผี โฆษณากิจการผ่านโทรทัศน์ 

และประกาศว่าหากผู้ใดประสบเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ จงต่อสายเรียกหาพวกเขา

ผกก. อีวาน ไรท์แมน จึงนึกไอเดียการตลาดแสนบรรเจิด (สำหรับยุคโน้น) ออก

นั่นคือการให้หมายเลขโทรศัพท์ในหนังมีจริง และที่ปลายสายจะมีเทปตอบรับอัตโนมัติ 

อันบันทึกเสียงของเรย์ แสตนซ์ (แดน แอครอยด์) กับปีเตอร์ เวงค์แมน (บิล เมอร์เรย์) คอยตอบกลับอยู่


ลูกเล่นดังกล่าวผลลัพธ์ดี เกินความคาดหมายของอีวาน ไรท์แมน

มีสายเรียกเข้า 1,000 ครั้งต่อชั่วโมง, ตลอด 24 ชั่วโมง, ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ก่อนการปิดรับสาย

สาวกทั้งหลายชอบใจไอเดียโฆษณา ที่ตนสามารถมีส่วนร่วมจัด, มันคือประสบการณ์หรรษาของพวกเขา



[4] เข้าชิงรางวัลออสการ์


Ghostbusters ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 2 สาขา ในงาน Academy Awards ประจำปีครั้งที่ 57 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อค.ศ. 1985

แม้จะชวดทั้งรางวัลวิชวลเอฟเฟ็คท์ยอดเยี่ยม (Best Visual Effects) และเพลงประกอบยอดเยี่ยม (Best Original Song)

ทว่านี่คืออีกหนึ่งข้อพิสูจน์ ถึงความเป็นที่ถูกจับตามองจากวงการฮอลลีวูด ของแฟรนไชส์



[5] ภาคต่อ


หลังทิ้งช่วงห้าปี, Ghostbusters II เผยแพร่เมื่อ 16 มิถุนายน 1989

ด้านรายได้สุดสัปดาห์เปิดตัว, ภาคสองคือปังเหมือนภาคแรก เนื่องจากเก็บไป 29.5 ล้าน

แต่การทำเงินระยะยาวคือเทียบภาค 1 ไม่ติด, กระแสแผ่วลงค่อนข้างไว

ในด้านคำวิจารณ์ก็เสียงแตก และโกยตังค์สู้เรื่องอื่น ณ ช่วงเดียวกันอย่าง Batman ของทิม เบอร์ตัน กับ Lethal Weapon 2 ไม่ได้


Ghostbusters II ยืนโรงถึงแค่ตอนหมดช่วงซัมเมอร์ และเก็บเงินสำเร็จเพียง 112 ล้าน -- ต่ำกว่าครึ่งนึงของภาคแรก

สาเหตุส่วนหนึ่งคงเกี่ยวข้องกับความคาดหวัง อันสูงลิบลิ่วจากชาวประชา ในช่วงที่ฉาย

เพราะหลังลาโรงนานไป, เหล่าสาวกกลับค้นพบว่า ภาคต่อมีองค์ประกอบที่พวกเขาชอบ แฝงอยู่เยอะแยะ

และมอง Ghostbusters II ในแง่ดีขึ้นมาก ภายหลัง




[6] เพลงประกอบ (อีกรอบ)


ในแง่เพลงธีมของ Ghostbusters อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีวันที่ผลงานของเรย์ ปาร์คเกอร์ จูเนียร์ จะถูกก้าวข้าม

จึงถือว่าบ๊อบบี้ บราวน์ ตัดสินใจอย่างฉลาด ที่เลือกผลิตผลงานด้วยแนวทาง ซึ่งแตกต่างจากปาร์คเกอร์

"On Our Own" ประพันธ์โดยแอล.เอ.รี้ด, เบบี้เฟซ, แดริล ซิมมอนส์ (L.A. Reid, Babyface, Daryl Simmons)

มันฮิตติดอันดับ 2 บน Billboard Hot 100 นานสามสัปดาห์ (และติดอันดับ 1 บน R&B chart)




[7] การ์ตูน The Real Ghostbusters


หนึ่งในกุญแจความสำเร็จของ Ghostbusters คือความเข้าถึงผู้ชมหลายวัย

ผู้ใหญ่ (ฝรั่ง) รักอารมณ์ขันของบริษัทกำจัดผี และเด็กๆ ในวันวาน (ที่คือผู้ใหญ่ในวันนี้) ก็เช่นกัน

ซีรีส์อนิเมชั่นภาคแยก The Real Ghostbusters เริ่มออกอากาศทางช่อง ABC ปี 1986 ทุกเช้าวันเสาร์ และกุมหัวใจเหล่าเด็กน้อยอยู่หมัด

มันฉายอยู่นานถึง 7 ซีซั่น เนื้อหาเกี่ยวกับทีม Ghostbusters ที่ไล่อัดผีทั่วนครนิวยอร์ค และบางครั้งออกล่าวิญญาณนอกประเทศ




[8] งานขายก็ไม่ขาด


รายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง หรือเมอร์แชนไดส์ (merchandise) ของภาพยนตร์ดังๆ คืออีกหนึ่งช่องทางทำเงินสำคัญ และเครื่องมือหล่อเลี้ยงกระแส

Ghostbusters มีขายทั้งเสื้อยืด, อัลบั้มเพลงประกอบ, ตุ๊กตุ่น, หนังสือ และชุดใส่ออกงานฮาโลวีน

บางอย่างนี่คือของเล่นผู้ใหญ่เห็นๆ เช่น เซ็ตจัดเต็มของเลโก้ 

เป็นตัวต่อรูปรถปราบผีเอ็คโตวัน (Ecto-1) จำนวน 508 ชิ้น กับศูนย์บัญชาการบริษัทกำจัดผี ที่ใช้ตัวต่ออีก 4,634 ชิ้น 

มันมาพร้อมราคาจิ๊บจ๊อย (ประชด) ที่ 350 ดอลลาร์ (ประมาณ 11,550 บาท)


แต่ที่ฝรั่งนิยมชมชอบกันเยอะ คือสินค้าเมอร์แชนไดส์ จากน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง Hi-C 

เอ็คโตคูลเลอร์ (Ecto Cooler) คือเครื่องดื่มรสซิตรัส (เปรี้ยว) อันเริ่มแรกกะวางขายจำกัดเวลาในปี 1987... แต่ไปๆ มาๆ ดันจำหน่ายลากยาวซะถึงปี 2001

เมื่อมันหมดจากชั้นวางจริง เพราะกระแสหายตามกาล, แฟนๆ ก็เรียกร้องให้รีเทิร์นเถอะน่า

เลยมีกลับมาพักนึงตอนหนังรีบูทปี 2016 เข้า (ก่อนจะเลิกขายตอนธันวาคมปีเดียวกัน)




[9] คอมมิค


Ghostbusters ได้รับการถ่ายทอดผ่านหน้ากระดาษ, สีสัน และลายเส้น ในหนังสือหลายต่อหลายเล่ม 

ผลงานชุดแรกที่วางจำหน่าย ณ ปี 1988 ผลิตโดย NOW Comics และอิงจากอนิเมชั่น The Real Ghostbusters (อนึ่งมาร์เวลสาขาอังกฤษ มีออกหนังสือของตัวเองด้วย ในช่วงเวลาเดียวกัน)

หนังสือหัวอื่นที่เด่นหน่อย คือของค่าย IDW ซึ่งได้ถือลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ในปี 2008

เพราะเขาเคยเอา Ghostbusters ไปเจอทีมเต่านินจา (Teenage Mutant Ninja Turtles) ด้วย




[10] วิดีโอเกม


เกมเกี่ยวกับบริษัทกำจัดผีไม่ได้มีเพียงหนึ่ง แต่อันที่เต็งหนึ่งในหมู่แฟนเห็นจะหนีไม่พ้น Ghostbusters: The Video Game (2009)

มันมาในสไตล์เกมยิงมุมมองบุคคลที่ 3 เปิดโอกาสให้สาวกสวมบทตัวละครใหม่, ที่จะช่วยพวกพ้องมือเก๋า ออกปราบผี

ผลตอบรับคือดี ทั้งในแง่ยอดขายและคำวิจารณ์


แฟนๆ หลายคนยกให้นี่คือ "Ghostbusters III อย่างไม่เป็นทางการ"

เพราะเหล่าดาราที่สวมบทตัวละครในตำนาน ทั้งแดน แอครอยด์, ฮาโรลด์ รามิส, เออร์นี่ ฮัดสัน รวมทั้งบิล เมอร์เรย์ ยกโขยงมาพากย์เสียงครบทีม

ปัจจุบันใน Steam โซนไทย มีขายภาค Remastered (ปรับปรุงภาพ)




[11] เสียงยกย่อง ข้ามกาลเวลา


ทุกปีแถวเมืองนอกเมืองนา สำนักทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติ (The National Film Registry) 

จะเลือกผลงานซึ่ง "มีความสำคัญทางวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ หรือสุนทรียภาพ" เพื่อทำการอนุรักษ์ในหอสมุดรัฐสภา

Ghostbusters ได้รับเกียรติในค.ศ. 2015 เช่นเดียวกับภาพยนตร์อื่นๆ อย่าง Casablanca, Citizen Kane, Lawrence of Arabia, Raging Bull, Dr. Strangelove, Blazing Saddles, E.T. และ City Lights ของชาร์ลี แชปลิน


สถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (The American Film Institute) เอง ก็เชิดชู Ghostbusters ในปี 2000

สถาบันดังกล่าวจัดอันดับภาพยนตร์ 100 เรื่อง ที่เคยฉายโรงอเมริกันและตลกสุดในรอบ 100 ปี, บริษัทกำจัดผีติดอันดับที่ 28


ที่มาscreenrant


COMMENTS

BLOGGER: 1
  1. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,5,Black Panther,5,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,30,DCEU History,7,Doctor Strange,7,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,32,Ghostbusters,2,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,24,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,60,Maze Runner,4,MCU Disney+,5,MCU History,22,MCU tie-in comics,12,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,6,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,2,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,59,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,3,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,3,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: เหตุผลที่ตำนาน Ghostbusters ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง >>11 ช่วงเวลาเด็ด ของบริษัทกำจัดผี
เหตุผลที่ตำนาน Ghostbusters ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง >>11 ช่วงเวลาเด็ด ของบริษัทกำจัดผี
https://1.bp.blogspot.com/-gqyB_I_eiCU/YY5fOLOagpI/AAAAAAAAMg8/esH-yLoGpx448vB4UaQ_l5w0z6WZYpHIgCLcBGAsYHQ/w640-h360/Ghostbusters%2BAfterlife%2Bpic.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-gqyB_I_eiCU/YY5fOLOagpI/AAAAAAAAMg8/esH-yLoGpx448vB4UaQ_l5w0z6WZYpHIgCLcBGAsYHQ/s72-w640-c-h360/Ghostbusters%2BAfterlife%2Bpic.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2021/11/11-ghostbusters-greatest-moments.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2021/11/11-ghostbusters-greatest-moments.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content