# เรื่องราวโดยย่อของ Rebels # สรุปเนื้อหาสำคัญในซีรีส์ภาคต่อของ The Clone Wars ทุกซีซั่น

หลังจากอนิเมชั่นซีรีส์ที่ขยายความเหตุการณ์พลิกหน้าประวัติศาสตร์กาแล็คซี่ Star Wars โดนสตูดิโอดิสนีย์สั่งตัดจบ 'เดฟ ฟิโลนี่' ผู้เคยด...

หลังจากอนิเมชั่นซีรีส์ที่ขยายความเหตุการณ์พลิกหน้าประวัติศาสตร์กาแล็คซี่ Star Wars โดนสตูดิโอดิสนีย์สั่งตัดจบ
'เดฟ ฟิโลนี่' ผู้เคยดูแล The Clone Wars ก็ได้รับมอบหมายให้ร่วมกับไซมอน คินเบิร์กแห่งแฟรนไชส์ X-Men และเกร็ก ไวส์แมน/ผู้ช่ำชองด้านเขียนคอมมิค, ผลิตซีรีส์อนิเมชั่นเรื่องใหม่

แม้ไวส์แมนจะถอนตัวหลังซีซั่นแรกจบลง แต่ 'Star Wars Rebels' ซึ่งศูนย์กลางของเรื่องราว คือตัวละครใหม่ 5 คน (+ 1 หุ่นยนต์)
ยังคงได้เสียงตอบรับที่ดี และมีโอกาสผลิตยาวถึง 4 ซีซั่น (ค.ศ. 2014-2018)
โดยระหว่างดำเนินเรื่องไปนั้น เหล่าตัวละครเก่าจากซีรีส์ The Clone Wars ที่ชะตากรรมของพวกเขายังเป็นปริศนา ณ เวลาดังกล่าว
ก็ทยอยโผล่หน้ามา ราวกับว่าผู้สร้างต้องการสะสางทุกอย่าง หลังรายการสงครามโคลนจำใจอวสานก่อนกาล
จนอนิเมชั่นชุดนี้เปรียบเสมือนภาคต่ออย่างไม่เป็นทางการ ของซีรีส์อนิเมชั่นรุ่นพี่โดยปริยาย


เหตุการณ์ในซีรีส์ Rebels เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอน 5 ปี ก่อนที่เรื่องราวของภาพยนตร์ภาค A New Hope จะบังเกิด
มันสะท้อนภาพยุคจักรวรรดิครองเมือง, มันเล่าเรื่องสมัยพวกกบฏในหลายพิภพดวงดาวเคยแยกกันก่อการ ก่อนจะค่อยๆ มารวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่
และมันทำให้เรารู้ว่าการ [เดินทางข้ามเวลา] สามารถทำได้ ในจักรวาลสตาร์วอร์ส

บทความนี้คือการแปลเนื้อหา Rebels ซึ่งเคยมีแฟนสงครามดวงดาวต่างประเทศสรุปไว้  โดยจับเฉพาะเหตุการณ์ตอนเด่นๆ มาบอกเล่า พร้อมเพิ่มลดเนื้อหาบางจุดตามที่ผมเห็นสมควร



ประกายไฟแห่งการกบฏ

อำนาจแห่งจักรวรรดิช่างแกร่งกล้า จนการหาญท้าสู้ซึ่งหน้า มิอาจเป็นไปได้ในช่วงแรก
แต่เบล ออร์กาน่า/พ่อเลี้ยงของเจ้าหญิงเลอา ยังคงเพียรพยายามต่อต้านแบบไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ร่วมกับบรรดาอดีตสมาชิกสภาสาธารณรัฐอีกหลายคน
เป็นต้นว่า มอน มอธม่า (Mon Mothma) ผู้จะขยับขึ้นตำแหน่งแกนนำหญิงของฝ่ายกบฏภายหลัง
รวมถึงอาโซก้า ทาโน่/อดีตลูกศิษย์เจไดของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์
เธอรับหน้าที่ตัวกลางประสานงาน คอยส่งสารระหว่างกบฏกลุ่มย่อยทั่วจักรวาล ภายใต้นามแฝงว่าฟัลครัม (Fulcrum)

กลุ่มคนท้องถิ่นผู้คัดค้านการปกครองของจักรวรรดิ ชักจะผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดตามพิภพดาราอันอยู่ห่างไกล
หนึ่งในกองกำลังที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ คือชาวทวิเลค (Twi'lek) ที่มีแชม ซินดูลา (Cham Syndulla) เป็นผู้นำ
ทว่าเฮร่า ซินดูลา (Hera Syndulla) ลูกสาวของเขากลับเลือกจะไม่สนับสนุนพ่อ
และออกท่องกาแล็คซี่ในฐานะนักบินอิสระตามความชอบของตน ร่วมกับชายคนที่ชื่อเคนัน จาร์รัส (Kanan Jarrus) ซึ่งหล่อนถูกชะตา


เฮร่ากับเคนันทยอยเกณฑ์สมาชิกหน้าใหม่ มาเป็นลูกเรือของยานขนส่งชื่อโกสต์ (the Ghost) อาทิเช่น

- ซาบีน เร็น (Sabine Wren) เด็กสาวชาวแมนดาโลเรี่ยน ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดและเปี่ยมด้วยหัวใจศิลปิน
- เซ็บ (Zeb) หรือการาเซ็บ ออร์เรลิออส (Garazeb Orrelios) อดีตผู้บัญชาการทหารกองเกียรติยศ ของดาวลาซาน
- เอซร่า บริดเจอร์ (Ezra Bridger) เด็กหนุ่มคนเก็บขยะจากดาวโลธัล (Lothal)
- ดรอยด์ซ่อมบำรุงรหัส C1-10P อันมีฉายาว่าช็อปเปอร์

ยานโกสต์ของเฮร่าคอยก่อกวนกองทัพจักรวรรดิ และดำเนินภารกิจเชิงกลยุทธ์ตามคำแนะนำของฟัลครัมอยู่เนืองๆ



เมื่อเพลิงแห่งการปฏิวัติลุกโชนทั่วกาแล็คซี่

เคนันคืออดีตพาดาวัน ผู้รอดจากคำสั่งล้างบางที่ 66 ของจักรพรรดิ
เขาตัดสินใจฝึกฝนเอซร่าผู้มีพรสวรรค์ด้านพลัง แม้ตนอาจขาดคุณสมบัติหลายประการ
แต่จักรวรรดิใช้เวลาไม่นาน ก่อนตระหนักว่าทั้งสองคือคู่ศิษย์อาจารย์เจได
ข้าหลวงทาร์คิน (อนาคตผู้คุมอาวุธมหาประลัย Death Star) กับแขนขาของซิธลอร์ดอย่างแกรนด์อินควิซิเตอร์ (Grand Inquisitor) จึงเปิดฉากการไล่ล่าทั้งสอง

ทาร์คินกับหัวหน้ากลุ่มอินควิซิเตอร์จับกุมเคนันสำเร็จ และจัดแจงส่งเขาไปจองจำบนยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ของทาร์คิน ที่บินอยู่เหนือดาวมุสตาฟาร์ (Mustafar)
เคนันโดนทรมานเพื่อเค้นข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มย่อยต่างๆ ของพวกกบฏ และค้นหาตัวจริงของฟัลครัม แต่เจไดผู้นี้ไม่ยอมทำตัวปากสว่าง

ลูกเรือยานโกสต์ที่เหลือ ขอความร่วมมือจากเครือข่ายกองกำลังกบฏของเบล ออร์กาน่า เพื่อเดินแผนช่วยเหลือเจได
และในขณะที่เอซร่ากำลังจะพาอาจารย์หนี, พวกเขาก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอดีตเจได ผู้ผันตัวไปรับใช้ด้านมืด แบบแกรนด์อินควิซิเตอร์ไม่ได้
ทว่าเคนันชนะการดวลฟาดฟันไลท์เซเบอร์ และหัวหน้าหน่วยอินควิซิเตอร์ก็สิ้นชีพลง



เมื่อทัพจักรวรรดิเอาจริง

หลังเคนันถูกช่วยเหลือ และยานประจำตัวของทาร์คินโดนระเบิดทิ้ง
กองทัพจักรวรรดิจึงตระหนักว่าควรเอาจริงกับกบฏเล็กๆ กลุ่มนี้ยิ่งกว่าเก่า
ดาวโลธัลของเอซร่าซึ่งสมาชิกโกสต์มักป้วนเปี้ยนอยู่ เลยเจอส่งกองทัพลงไปควบคุม และ 'ดาร์ธ เวเดอร์' ก็มาล่าพวกเอซร่าเอง
ทีมโกสต์พยายามหนีจากเวเดอร์, เคนัน+เอซร่าเข้าต่อสู้ด้วยกระบี่แสง แต่ระดับของพวกเขา ช่างห่างชั้นกับซิธลอร์ดจนเหลือเชื่อ
เคราะห์ดี เวเดอร์แกล้งปล่อยพวกเอซร่าหนี เนื่องจากอยากให้คนเหล่านี้ชี้ทางสู่กบฏกลุ่มที่ใหญ่กว่า
ก่อนจะเรียกสาวกอินควิซิเตอร์อีก 2 คน มารับช่วงล่าทีมเอซร่าต่อ

เมื่อเวเดอร์ยอมลงสนามเอง ทีมโกสต์เห็นท่าจะรอดได้อีกไม่นาน
อาโซก้า ทาโน่ จึงเผยตัวต่อหน้าพวกเอซร่าทุกคนเป็นครั้งแรก และให้การช่วยเหลือหลายประการ
ทีมโกสต์ที่ศักยภาพเหนือกว่าเดิม กลับกลายเป็นฝ่ายที่สามารถขัดขวางแผนลักพาตัวเด็กๆ ผู้มีพรสวรรค์ด้านพลังของพวกอินควิซิเตอร์ได้ แม้ถูกไล่ล่าอยู่
พวกเขาช่วยเหลือเลอา ออร์กาน่า ปฏิบัติภารกิจขนส่งกำลังบำรุง
รวมถึงสำรวจพบดวงดาวที่จะเป็นฐานทัพใหม่ของกบฏชื่ออะโทลลอน (Atollon)



นิมิตของพลัง 

เคนันกับเอซร่ายังคงถูกอินควิซิเตอร์ทั้ง 2 ไล่บี้ และงานนี้อาจพาให้กบฏกลุ่มขนาดกลางที่พวกเขาเข้าสังกัดแล้ว ต้องซวยตาม
คู่ศิษย์อาจารย์พร้อมกับอาโซก้า จึงพากันไปเยือนวิหารเจไดโบราณ เพื่อแสวงหาความรู้สำหรับโค่นล้มเวเดอร์และเหล่าอินควิซิเตอร์

วิหารโบราณสื่อสารกับเคนัน+อาโซก้า ผ่านนิมิตแห่งพลัง
เคนันต้องใช้กระบี่แสงฟาดฟันกับเจไดผู้อารักขาวิหารในความฝัน
เจไดอารักขาเตือนว่าการหิ้วลูกศิษย์เข้าปะทะกับจักรวรรดิเสมอ
รังแต่จะผลักดันให้เอซร่า บริดเจอร์พุ่งสู่ด้านมืดในเร็ววัน
ทีแรกเคนันดิ้นรนขัดขืน แต่เมื่อตระหนักว่ามิอาจเอาชนะ จึงเลิกสู้กับภาพนิมิต
และยอมรับว่าเขามิสามารถปกป้องลูกศิษย์ตลอดไป อีกทั้งทำได้แค่พยายามสอนให้ดีที่สุด

เจไดอารักขาเห็นดังนั้น เลยเลื่อนขั้นเคนันผู้ผ่านการทดสอบ สู่ระดับชั้นอัศวินเต็มตัว
ส่วนอาโซก้าเจอภาพหลอนของอาจารย์, อนาคิน สกายวอล์คเกอร์เอาแต่ตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดเธอจึงทอดทิ้งเขา
ก่อนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นดาร์ธ เวเดอร์ ยืนยันความจริงที่อาโซก้าไม่เคยคิดอยากยอมรับ
เหล่าผู้คอยอารักขาวิหารเจได



เมื่ออดีตไล่ตามมาทัน

เอซร่าไม่เจอนิมิตเหมือนกับอีกสองคน แต่ได้คุยกับปรมาจารย์โยดาผ่านพลัง
เอซร่าถามหาวิธีทำลายเวเดอร์+พวกอินควิซิเตอร์จากโยดา ทว่าปรมาจารย์กลับมอบคำเตือนแทน
โยดาชี้แจงว่าเจไดกระโจนสู่สงครามโคลนเร็วเกินไป และนั่นส่งผลให้พวกเขาเกิดความยโส, ความกลัว, ความโกรธ ที่นำพาพวกตนสู่ความล่มสลาย
เขาบอกเอซร่าว่าความท้าทายชั่วนิรันดร์ของเจได คือหลีกเลี่ยงการก้มหัวให้ความกลัวและความโกรธ
แต่เมื่อเอซร่าแย้งว่าฝ่ายกบฏไร้ทางชนะหากไม่ต่อสู้, โยดาก็ยอมให้ข้อมูลว่าจงไปสู่ดาวมาลาคอร์ (Malachor) แบบเสียไม่ได้

อาโซก้า, เคนัน, เอซร่าเดินทางต่อสู่วิหารซิธโบราณ บนมาลาคอร์
ที่นั่นพวกเขาพบนักรบเจไดกับซิธจำนวนมากในสภาพศิลา
และเจอดาร์ธ มอลผู้มาเยือนก่อนหน้า ด้วยหวังแสวงหาวิธีโค่นซิธ+เหล่าอินควิซิเตอร์เช่นกัน
เอซร่าเห็นเป้าหมายสอดคล้อง เลยยอมร่วมทางกับมอลสำรวจวิหารซิธดึกดำบรรพ์
ซึ่ง ณ ใจกลางวิหารนั่น มีโฮโลครอน (อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ต้องใช้พลังเปิดอ่าน) ของพวกซิธอยู่

มอลหาเวลาอยู่กับเอซร่าตามลำพัง พร้อมพยายามชักจูงเด็กหนุ่มเข้าด้านมืด
และเมื่ออินควิซิเตอร์ 3 คนได้บุกมา มอลก็ช่วย, เอซร่า, เคนัน, อาโซก้าต้านรับ อีกทั้งฆ่าอินควิซิเตอร์ทิ้งหมด
จากนั้นมอลก็หลอกให้เอซร่าไปเปิดการทำงาน อาวุธมหาประลัยของซิธที่เคยเปลี่ยนบรรดานักรบยุคโบราณแถวนั้นเป็นก้อนหิน
จนมีโอกาสอยู่กับเคนัน+อาโซก้า ลับหลังเอซร่า
แล้วตานี่ก็เผยธาตุแท้ โดยเคลมว่าเอซร่าจะเป็นศิษย์เค้าแทนชัวร์ ก่อนเล่นงานเคนันเสียตาบอด

เคนันใช้พลังช่วยจนสามารถรับมือมอลได้ แม้สูญเสียประสาทสัมผัสด้านการมอง
แต่มอลผู้ถูกเล่นงานไม่สนใจจะเอาคืนเคนันให้จั๋งหนับหรอก เพราะตอนนั้นดาร์ธ เวเดอร์ได้มาเยือนมาลาคอร์ เนื่องจากอยากจัดการมอลให้เรียบร้อย
มอลชิ่งหนีตัวปลิว ขณะที่เคนันต้องไปช่วยเอซร่าหยุดอาวุธมหาประลัย และอาโซก้าต้องประจันหน้ากับดาร์ธ เวเดอร์ตามลำพัง

เมื่ออดีตไล่ตามทัน, อาโซก้าตัดสินใจว่าหนนี้เธอจะไม่ทอดทิ้งอนาคินซ้ำสอง
หล่อนยืนกรานจะดวลกระบี่แสงกับอดีตครู อยู่ในวิหารที่กำลังถล่ม (เพราะเคนันกับเอซร่าหยุดการทำงานของอาวุธร้ายกะทันหัน) จนถึงวินาทีสุดท้าย



หนทางที่ความมืดชี้นำ

เอซร่ากับเคนันรอดชีวิตจากเหตุวิหารถล่มแบบหวุดหวิด แต่ทีมโกสต์ที่เสียอาโซก้าไปยังคงต้องเดินหน้าต่อ
เคนันที่ตาบอดพยายามปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ ส่วนเอซร่าผู้ฝึกฝนวิชาเจไดเอาเองอยู่สักพัก นึกจะหันมาลองพึ่งพาซิธโฮโลครอนดู
เพราะเชื่อว่าความรู้ภายในวัตถุชิ้นนี้ อาจทำให้เขามีสิทธิ์ชนะพวกจักรวรรดิ

เอซร่าพยายามเข้าถึงพลังด้านมืด เพื่อเปิดดูซิธโฮโลครอน
แต่ในขณะที่ยังทำไม่ได้, เอซร่ากับเคนันก็พบ 'เบนดู' สิ่งมีชีวิตลึกลับทรงปัญญา ผู้สามารถด้านการใช้พลัง บนดาวอะโทลลอน
เบนดูใช้พลังได้ โดยอยู่เหนืออิทธิพลของทั้งด้านมืดและด้านสว่าง
เคนันจึงฝากซิธโฮโลครอนให้เบนดูถือครอง
เบนดู


อย่างไรก็ตาม โฮโลครอนไม่อยู่กับเบนดูนานเท่าไหร่ เพราะมอลได้โผล่มาลักพาตัวสมาชิกทีมโกสต์ และขโมยเจไดโฮโลครอน ที่เป็นของส่วนตัวของเคนัน
พร้อมเคลมว่าถ้านำองค์ประกอบแห่งพลัง 2 ด้านเข้าประกอบกัน มันจะบันดาลให้เราพบนิมิตแห่งโชคชะตา
มอลบอกเอซร่าว่าเขากำลังมองหาความหวัง และจัดแจงเริ่มต้นพิธีกรรม
แต่มันดันถูกขัดจังหวะ อีกทั้งโฮโลครอนทั้ง 2 ก็โดนทำลาย
สุดท้ายเขาจึงลากเอซร่าไปดาโธเมีย/ดาวบ้านเกิดตน เพื่อใช้เวทมนตร์เชื่อมจิตของทั้งคู่แทน
พิธีกรรมทำให้มอล+เอซร่าเห็นนิมิตแห่งความหวัง ทั้งคู่ประจักษ์กับดาวทะเลทรายที่มีดวงอาทิตย์ 2 ดวง และชายผู้หายสาบสูญไปนานแบบโอบีวัน เคโนบี

เอซร่าตระหนักว่าตนพลาดถนัดที่เชื่อใจมอล และรีบเดินทางไปเยือนดาวทาทูอีนเพื่อช่วยชีวิตโอบีวัน เคโนบี
เอซร่าเข้าถึงตัวโอบีวันก่อน, เขาเตือนว่ามอลกำลังจะมาเอาชีวิตและให้หนีไปเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ ต่อสู้พวกจักรวรรดิ
แต่โอบีวันปฏิเสธข้อเสนอ ด้วยเชื่อว่าทัพกบฏสู้ได้โดยไร้เขา และหน้าที่คอยเฝ้าระวังให้ 'ความหวังใหม่' สำคัญกว่า
โอบีวันสั่งลาเอซร่า, เผชิญหน้ามอล ก่อนจะปลิดชีพคู่อาฆาตเก่า
เขาตัดห่วงโซ่แค้นแสนยาวลง โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน



พลิกชะตา, ปราบทัพจักรวรรดิ

กลุ่มกบฏเริ่มได้รับชัยชนะในสมรภูมิขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง
เรื่องนี้ส่งผลให้จักรวรรดิเรียกใช้บริการพลเรือเอกธรอว์น (Thrawn) นักกลยุทธ์ผู้ชอบศึกษาศัตรู
หมอนี่ดักทางพวกพระเอกได้หลายครั้ง จนพวกเขาต้องตกที่นั่งลำบากหลายครา
ธรอว์นคือคนจัดทัพใหญ่บุกกวาดล้างฐานฝ่ายกบฏบนดาวอะโทลลอน รวมถึงสังหารสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์นามเบนดู
เอซร่า กับธรอว์น


สถานการณ์ฝ่ายกบฏจึงเริ่มย่ำแย่ และในภารกิจหนึ่งเคนันถึงขั้นต้องสละชีพ
เพื่อให้สมาชิกทีมโกสต์คนอื่นรอดตาย
หลังสูญเสียอาจารย์ เอซร่าได้รับการชี้นำจากพลังให้ไปแสวงหาบางอย่าง ในวิหารเจไดบนดาวโลธัล
ทีมโกสต์พบว่าพวกจักรวรรดิกำลังทำเหมือง เพื่อขุดค้นและเปิดเผยความลับบางสิ่งบนที่แห่งนั้น
ซึ่งจักรพรรดิคาดหวังว่ามันจะพาเขา ก้าวผ่านกำแพงแห่งชีวิตและความตาย กลายเป็นผู้ควบคุมกระแสพลังของทั้งกาแล็คซี่

เอซร่าลอบเข้าสู่วิหารอันมีภาพจารึกโบราณของ 3 เทพมอร์ทิส (เทพแห่งพลัง) สลักอยู่ ได้โดยศัตรูไม่ทันตระหนัก
เขาค้นพบภพกลางระหว่างภพอื่นๆ (The World Between Worlds) หรือก็คือห้วงมิติซึ่งอยู่เหนือกาลอวกาศปกติ
เอซร่าเจอประตูลี้ลับหลายบาน และบานหนึ่งก็แสดงภาพอาโซก้ากำลังสู้กับดาร์ธ เวเดอร์บนมาลาคอร์ เมื่อเขาลองดึงตัวหล่อนออกมาดู ก็รู้ว่านี่คือการช่วยสหายจากห้วงอดีต เลยคิดจะเปลี่ยนชะตาเคนันเหมือนกัน

แต่การช่วยเคนัน มันหมายความว่าเขากับสมาชิกทีมโกสต์ที่เหลือต้องตาย
ฉะนั้นชะตาของอาจารย์เจไดผู้ล่วงลับ จึงมิอาจเปลี่ยนได้เหมือนอาโซก้า
เมื่อหักห้ามใจสำเร็จ เอซร่าก็หันกลับเข้าประตูที่เชื่อมกับมิติเวลาปัจจุบันบนโลธัล
ทว่าจักรพรรดิผู้จับตามองอยู่ ก็ใช้วิชาซิธลี้ลับจู่โจมข้ามมิติมา, อาโซก้าเลยต้องลี้ออกทางประตูอื่นแทน

หลังเอซร่าออกจากภพระหว่างภพแบบไร้อาโซก้าร่วมทาง วิหารเจไดโบราณได้เริ่มต้นการทำลายตัวเอง
ทีมโกสต์รอดจากเหตุวิหารถล่มยกก๊วน และเอซร่าผู้ทำใจได้แล้วเรื่องอาจารย์ ก็ปลุกใจพรรคพวกให้ร่วมกันขับไล่กองทัพจักรวรรดิออกนอกดาวโลธัล
การกบฏครั้งใหญ่นั้นประสบความสำเร็จ แม้เอซร่าผู้ตรึงธรอว์นไว้กับยานอวกาศลำหนึ่งขณะคนอื่นๆ ทำศึก จะวาร์ปหายไปพร้อมกันแบบไม่ทราบจุดหมายปลายทาง


หลัง Death Star ดวงที่ 2 ถูกทำลายลง เหนือดวงจันทร์ของดาวเอนดอร์
ซาบีน เร็น/หนึ่งในสมาชิกทีมโกสต์ (ซึ่งแยกย้ายกันไปคนละทางแล้ว)
ก็ได้รับการติดต่อจากอาโซก้า ทาโน่ เพื่อขอให้ช่วยค้นหาเอซร่า บริดเจอร์ผู้หายสาบสูญ


ที่มา screenrant


COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avatar,3,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,6,Black Panther,6,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,36,DCEU History,12,Doctor Strange,8,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,34,Ghostbusters,2,Halloween,3,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,29,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,69,Maze Runner,4,MCU Disney+,9,MCU History,30,MCU tie-in comics,13,Middle-earth,10,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,7,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,8,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,60,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,5,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,5,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: # เรื่องราวโดยย่อของ Rebels # สรุปเนื้อหาสำคัญในซีรีส์ภาคต่อของ The Clone Wars ทุกซีซั่น
# เรื่องราวโดยย่อของ Rebels # สรุปเนื้อหาสำคัญในซีรีส์ภาคต่อของ The Clone Wars ทุกซีซั่น
https://1.bp.blogspot.com/-7b5ltKgaFgg/XrTamXEIqqI/AAAAAAAAKT8/HpldfJov5M4ez4qGyVGFFgu5aKLNmRfFgCLcBGAsYHQ/s640/season%2B2%2Bkey%2Bart.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-7b5ltKgaFgg/XrTamXEIqqI/AAAAAAAAKT8/HpldfJov5M4ez4qGyVGFFgu5aKLNmRfFgCLcBGAsYHQ/s72-c/season%2B2%2Bkey%2Bart.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2020/05/rebels-all-seasons-story.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2020/05/rebels-all-seasons-story.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content