# เรื่องราวโดยย่อของ The Clone Wars # สรุปเนื้อหาสำคัญของซีรีส์สงครามโคลน 6 ซีซั่น

ซีรีส์อนิเมชั่นสงครามโคลน (The Clone Wars) คือการบอกเล่าเรื่องราวของสงครามที่พลิกโฉมกาแล็คซี่ซึ่งมีอารยธรรมอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง ให้ตกต่ำลงส...

ซีรีส์อนิเมชั่นสงครามโคลน (The Clone Wars) คือการบอกเล่าเรื่องราวของสงครามที่พลิกโฉมกาแล็คซี่ซึ่งมีอารยธรรมอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง ให้ตกต่ำลงสู่ยุคมืดภายในเวลาเพียง 3 ปี
เป็นประวัติศาสตร์ของ Star Wars ส่วนที่จอร์จ ลูคัส มิสามารถบอกเล่าได้หมดในภาพยนตร์จำนวนเพียง 2-3 ภาค หรือใช้งบประมาณมหาศาลสร้างซีรีส์คนแสดงสุดยืดยาวไหว

แม้ส่วนมากบทซีรีส์จะวนเวียนอยู่แค่ 3 ตัวละครหลัก นั่นคือโอบีวัน, อนาคิน และอโศกา
แต่ The Clone Wars ที่ยาวเกิน 100 ตอน ก็ติดตามภารกิจและชีวิตของนักสู้ยุคดังกล่าวเพิ่มเติมอีกหลายต่อหลายคน
ฉะนั้นหากต้องการสรุปเรื่องราวทั้งหมดของสงครามนี้โดยครบถ้วน จะได้ผลลัพธ์แค่ 2 กรณี
คือถ้าไม่หยิบไอ้โน่นนิดไอ้นี่หน่อยมาเล่าแบบผิวเผินทุกอย่าง ก็ต้องอธิบายกันยืดเยื้อพาลพาให้รู้สึกเบื่อซะเปล่าๆ

จึงขอใช้วิธีนำเสนอฉบับแปล ของบทความที่ย่อเนื้อเรื่องซีรีส์ The Clone Wars
ซึ่งเคยมีแฟนสตาร์วอร์สต่างประเทศสรุปไว้ โดยจับเฉพาะเหตุการณ์ตอนเด่นๆ มาบอกเล่า
พร้อมเพิ่มลดเนื้อหาบางจุดตามที่ผมเห็นสมควร


สงครามโคลน

เมื่อพิภพหลายแห่งต้องการแบ่งแยก แตกตัวเองออกนอกระบบการปกครองของสาธารณรัฐ ที่กำลังครอบงำกาแล็คซี่ด้วยความฉ้อฉล สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงถึงกาลอุบัติ
โดยฝั่งสหภาพพิภพอิสระ (ฝ่ายแบ่งแยก) ที่มีสหพันธ์พาณิชย์และองค์กรทุนหนาอีกหลายเจ้าซึ่งแสวงหาผลประโยชน์จากสงคราม คอยหนุนหลัง
นั้นใช้วิธีปั๊มกองทัพดรอยด์ (หุ่นยนต์) เพื่อสร้างกำลังรบจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นด้วยความรวดเร็ว และเตรียมความพร้อมไว้ก่อนสงครามเริ่มแล้วประมาณหนึ่ง

ทว่าฝั่งรัฐบาลของสาธารณรัฐกลับไม่ทราบอะไรล่วงหน้า
ทำให้เมื่อถึงจุดที่ต้องเปิดฉากปะทะฝ่ายแบ่งแยกจริง จึงต้องจำใจพึ่งพา 'กองทัพโคลน'
ซึ่งไซโฟ ดิแอส (Sifo Dyas) เจไดที่ตายไปแล้วหลายปี สั่งผลิตไว้เพราะเคยมองเห็นนิมิตว่าจะเกิดสงคราม

รูปแบบการจัดทัพของฝ่ายสาธารณรัฐเลยเป็นการให้เหล่าเจไดรับตำแหน่งนายพล คอยนำทัพของพวกทหารโคลนปฏิบัติภารกิจ บนสมรภูมิรบ ณ ดวงดาวต่างๆ ทั่วกาแล็คซี่
ทหารโคลนเกิดจากเทคโนโลยีโคลนนิ่ง, ทำซ้ำรหัสพันธุกรรมของบุคคลเดียว
หน้าตาภายใต้หน้ากากของชุดสู้รบเลยดูเหมือนกันหมด แต่ซีรีส์จะแสดงให้เห็นเป็นระยะ ว่าพวกเขาทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์
ทหารโคลนแต่ละนายจะนิสัยแตกต่างกัน และบางคนจะเสริมอัตลักษณ์ให้ตนเองด้วยการใช้รอยสัก, ทรงผม หรือชื่อเล่น

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ได้เลื่อนขั้นเป็นอัศวินเจไดหลังสงครามปะทุไม่นานนัก
ขณะอนาคินปฏิบัติภารกิจบนดาวคริสทอฟซิส (Christophsis) ปรมาจารย์โยดาได้คัดเลือกเจไดหญิงอายุน้อยคนนึง และส่งหล่อนไปเป็นพาดาวัน (ลูกศิษย์) ของเขา
ปฏิกิริยาแรกของอนาคินคือการต่อต้าน แต่ในเวลาเพียงไม่นาน สายสัมพันธ์ของทั้งสองกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านเคาท์ดูกู/แกนนำฝ่ายแบ่งแยก ต้องการตัวหมากชั้นสูงมาใช้งาน
เลยเกณฑ์ 'กรีฟวัส' (Greivous) นักรบชาวคาลีช (Kaleesh) ระดับตำนาน ที่สมัครใจรับการดัดแปลงร่างกาย เปลี่ยนหลายส่วนของตนเองให้กลายเป็นเครื่องจักร
มารับตำแหน่งนายพล และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพดรอยด์

แต่ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยกับการทำสงครามเพื่อหาข้อยุติให้ความขัดแย้ง
เบล ออร์กาน่า, แพดเม่ อมิดาล่า, จาร์ จาร์ บิงค์ส และวุฒิสมาชิกสายพิราบคนอื่นๆ เอง ก็พยายามเดินหน้าหาดวงดาวพันธมิตรให้สาธารณรัฐเพิ่ม โดยใช้วิธีเจรจาอยู่เช่นกัน

ช่วงต้นของสงครามโคลน ฝ่ายสาธารณรัฐประสบชัยชนะบ่อยครั้ง
ผลงานเด่นๆ ก็อาทิเช่น ความสำเร็จของกองทัพปลดแอกบนดาวไรลอธ โดยฝีมือกองกำลังต่อต้านชาวทวิเลค (Twi'lek) ที่มีแชม ซินดูลา (Cham Syndulla) เป็นผู้นำ
การรื้อถอนโรงงานผลิตดรอยด์หลายแห่ง บนสมรภูมิจีโอโนซิสครั้งที่ 2
และการโค่นล้มระบบค้าทาสของชาวไซเกอร์เรียน (Zygerrian) ที่เข้าข้างฝ่ายแบ่งแยก


แมนดาโลเรี่ยน

อนาคินมีความรักและแอบแต่งงานกับแพดเม่แบบลับๆ คือเรื่องที่คนดูหนังรู้ๆ กัน แต่ปรากฏว่าเจไดผู้เคร่งครัดแบบโอบีวัน ก็เคยสัมผัสประสบการณ์คล้ายอนาคิน
สมัยยังเป็นพาดาวัน เขาเคยเดินทางไปดาวแมนดาลอร์ร่วมกับอาจารย์ไควกอน จินน์
เพื่อรับงานคุ้มกันขุนนางสาวชื่อซาทีน ครีซ (Satine Kryze) และทั้งสองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน
ทว่าโอบีวันเลือกเส้นทางแบบนักบวชของเจได แล้วเดินออกไปจากชีวิตของหล่อน

ชาวแมนดาลอร์วางตัวเป็นอาณาจักรอิสระไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด พวกเขาหลีกเลี่ยงวิถีชีวิตแบบนักรบ ซึ่งเคยยึดถือกันโดยเคร่งครัดเมื่อนานมาแล้ว และกลายเป็นสังคมรักสงบ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกลุ่มสุดโต่งที่เรียกว่าเดธวอช (Death Watch) แอบแฝงอยู่เป็นคลื่นใต้น้ำ คอยหาจังหวะก่อความไม่สงบ
ภายใต้การนำของชายชื่อพรี วิซล่า (Pre Vizsla) ซึ่งปรารถนาความรุนแรงเฉกเช่นในธรรมเนียมดั้งเดิมของแมนดาโลเรี่ยน

พรี วิซล่าหันไปร่วมมือกับสหภาพพิภพอิสระเพื่อล้มล้างรัฐบาล
สาธารณรัฐจึงส่งโอบีวัน เคโนบี กับอนาคิน ไปปกป้องดัชเชส ซาทีน กับประชาชนชาวแมนดาลอร์จากเดธวอช

โอบีวันคุ้มครองกิ๊กเก่าและราษฎรดาวของหล่อนสำเร็จ
แต่ผู้คนบนพิภพดังกล่าวยังคงยึดมั่นในจุดยืน เลือกจะเป็นกลางไม่ยอมเข้าร่วมกับสาธารณรัฐต่อ แม้พวกเขาอุตส่าห์ให้เจไดถ่อมาช่วยเหลือ


แผนร้ายของพัลพาทีน

ขณะรัฐบาลกับพวกเจไดโดนสงครามโคลนดึงดูดความสนใจ
สมุหนายกพัลพาทีน/ดาร์ธซีเดียส ใช้จังหวะนี้ดำเนินแผนร้ายบางอย่าง
เขาว่าจ้างนักล่าเงินรางวัลนามแคด เบน (Cad Bane) ให้ขโมยโฮโลครอน (อุปกรณ์เก็บข้อมูลของเจได ที่ต้องใช้ 'พลัง' เปิดอ่าน)
ซึ่งบรรจุที่อยู่ของเหล่าเด็กๆ ผู้มีพรสวรรค์ด้านพลังทั่วจักรวาล จากวิหารเจไดบนดาวคอรัสซัง (Coruscant)
หลังจากนั้นเด็กๆ หลายคนในรายการผู้มีพรสวรรค์ได้ถูกลักพาตัว และอนาคินกับอโศกาก็ช่วยไว้สำเร็จ 2 คน
แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีเด็กกี่คนโดนลักตัวไป โดยเหล่าเจไดไม่ทราบเรื่อง


ความขัดแย้งภายในของพวกซิธ

อันที่จริงซิธมี 'กฎแห่งสอง' อันระบุว่าอนุญาตให้มีซิธทั้งนิกาย ได้เพียง 2 คนเท่านั้น
แต่ดูกูผู้เป็นศิษย์ของซีเดียส ดันแอบสอนวิชาซิธแก่หญิงคนหนึ่ง
เธอผู้นั้นคืออาซาจ เวนเทรสส์ (Asaaj Ventress) อดีตเจไดพาดาวัน ที่ปล่อยให้ด้านมืดครอบงำ แล้วสังหารคนฆ่าอาจารย์ของหล่อนเพื่อล้างแค้น

ดูกูถูกใจพาดาวันผู้หลงผิด เลยรับเธอเป็นศิษย์แล้วใช้งานในฐานะมือสังหารของเขา (แต่แอบกั๊กวิชา ไม่ยอมแบไต๋สอนทุกอย่าง)
ต่อมาเมื่อสงครามดำเนินไปและเวนเทรสส์เริ่มแข็งแกร่งด้านพลังมากขึ้น ซีเดียสจึงชักขัดหูขัดตา
ซีเดียสสั่งให้ดูกูฆ่าเวนเทรสส์เพื่อแสดงความจงรักภักดี แล้วดูกูก็ยอมทำตามความประสงค์ของอาจารย์
ในการรบครั้งหนึ่ง, ดูกูลงมือทรยศเวนเทรสส์ ด้วยการสั่งกองทัพดรอยด์ที่ควรสนับสนุนหล่อนเพราะเป็นพวกเดียวกัน ให้จัดการประหารเธอซะ
แต่เวนเทรสส์รอดชีวิต และพยายามแอบลอบสังหารเคาท์ ทว่าล้มเหลว

เวนเทรสส์เดินทางกลับดาวบ้านเกิด/ดาโธเมียร์ (Dathomir) อีกครั้ง และขอการสนับสนุนจากมาเธอร์ทัลซิน (Mother Talzin) ผู้นำเผ่านักรบหญิงที่มีวิชาแม่มด (เป็นการใช้ 'พลัง' อีกรูปแบบ)
ทั้งสองตกลงกันว่าจะใช้แผนหนอนบ่อนไส้ โดยส่งคนในไปเป็นลูกศิษย์ให้เคาท์ดูกูฝึกฝน
ก่อนที่คนๆ นั้นจะทรยศดูกู ช่วยเวนเทรสส์ปลิดชีพหมอนั่นซะ

ลูกชายของทัลซิน/น้องชายของดาร์ธมอล นามซาวาจ โอเพรสส์ (Savage Opress)
คือชาวดาโธเมียร์ที่ถูกส่งไปเรียนรู้ซิธศาสตร์ เพื่อการเป็นมือสังหารคนใหม่แทนเวนเทรสส์
ซาวาจเรียนได้นิดหน่อย ก่อนเวนเทรสส์จะเริ่มทำตามแผนจริงๆ
ทั้งสองร่วมกันต่อสู้กับดูกู แต่สุดท้ายการโค่นท่านเคาท์ก็พลาดอยู่ดี
เวนเทรสส์ กับซาวาจ


ดูกูที่ตระหนักแล้วว่าทัลซินร่วมมือกับเวนเทรสส์ จึงส่งกรีฟวัสกับกองทัพดรอยด์ไปฆ่าล้างบางชาวดาโธเมียร์ เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามเสียให้หมดสิ้น
ทัลซิน, เวนเทรสส์, ซาวาจยังไม่ตาย แต่ตอนนี้ก็ไร้กำลังสำหรับต่อกรกับเคาท์ดูกู
เวนเทรสส์เลยไปค้นหาหนทางเริ่มต้นชีวิตใหม่ และกลายเป็นนักล่าเงินรางวัล
ด้านซาวาจ, มาเธอร์ทัลซินแนะนำให้ค้นหาพี่ชายผู้ยังไม่ตายของเขา


สมดุลแห่งพลัง

สาธารณรัฐตรวจพบสัญญาณขอความช่วยเหลือซึ่งรูปแบบสุดจะโบราณ จากบริเวณขอบนอกของกาแล็คซี่ (Outer Rim)
โอบีวัน, อนาคิน, อโศกา จึงถูกมอบหมายให้ไปสำรวจแหล่งที่มา
สิ่งที่พวกเขาพบคือมอร์ทิส (Mortis) สถานที่ลี้ลับ ซึ่งเปี่ยมด้วยกระแสแห่งพลังถึงขั้นน่าเหลือเชื่อ และดำรงอยู่นอกเหนือห้วงแห่งมิติกับเวลาตามปกติ

เจได 3 หน่อเจอผู้กำหนดชะตาแห่ง 'พลัง' ทั้งสาม: บุตรสาว (The Daughter) ผู้เปรียบดั่งตัวแทนของพลังด้านสว่าง, บุตรชาย (The Son) ผู้เปรียบดั่งตัวแทนของพลังด้านมืด และบิดา (The Father) ผู้คอยรักษาสมดุลระหว่างบุตรทั้งสอง

บิดาเป็นคนส่งสัญญาณจากมิติลี้ลับสู่โลกภายนอก เพราะพลังของเขาชักถดถอย เลยต้องการหาคนมารับงานผู้รักษาสมดุลแห่งพลังแทน
และเมื่อบิดาพิสูจน์แล้วว่าอนาคินคือผู้ถูกเลือกตามคำทำนาย เนื่องจากใช้ได้ทั้งพลังด้านสว่างกับด้านมืดพร้อมกัน
ก็ขอร้องให้อนาคินสถิตที่มอร์ทิสตลอดกาล เพื่อรักษาสมดุลระหว่างบุตร 2 คนของเขา
เนื่องจากเค้าชักจะเริ่มคุมบุตรชายไม่อยู่ และหากบุตรคนใดคนหนึ่งมีอำนาจในมอร์ทิสมากเกินไป ย่อมส่งผลให้โลกภายนอกต้องประสบกับความวิบัติตาม

อนาคินปฏิเสธและขึ้นยานอวกาศเดินทางกลับสู่จักรวาลปกติ พร้อมอโศกากับโอบีวัน
แต่ระหว่างนั้นบุตรชายได้ลักพาตัวอโศกา เพื่อล่อลวงอนาคินให้ตกหลุมพราง
ด้วยหวังจะใช้อนาคินเป็นใบเบิกทาง ช่วยพาเขาออกไปยึดอำนาจในโลกภายนอก

อนาคิน, อโศกา, โอบีวัน เข้าไปมีส่วนร่วมกับความขัดแย้งในครอบครัว ของพวกที่เป็นเหมือนเทพแห่งพลัง
ช่วงหนึ่งบุตรสาวถึงแก่ความตาย และบุตรชายเกือบจะได้ครอบครองอำนาจเหนือมอร์ทิส
ทว่าการสละชีพของบิดาก็เปิดโอกาสให้อนาคินสังหารบุตรชาย เพื่อคืนความสมดุลแก่มอร์ทิส

อนาคินมีโอกาสเดินทางกลับสู่จักรวาลปกติพร้อมพวกพ้องจนได้
แต่ก่อนตาย บิดาก็เตือนอนาคินว่าเขายังต้องทำหน้าที่ คืนสมดุลพลังให้กาแล็คซี่อีกครั้งในอนาคต


การกลับมาของดาร์ธมอล

ซาวาจตามหามอลจนเจอบนดาวกองขยะ และนำพี่ชายที่ตอนนั้นวิกลจริตไปหามารดา
ทัลซินรักษามอลและประกอบขาเทียมให้ จากนั้นมอลที่ได้สติคืนมาก็รับน้องชายเป็นศิษย์
แล้วตั้งเป้าว่าจะสถาปนาอาณาจักรอาชญากรรมของตนเองขึ้นเป็นขุมกำลัง กับแก้แค้นโอบีวันผู้เคยหั่นร่างเขาแยกเป็น 2 ท่อน

ชะตากรรมชักนำให้มอลได้ร่วมมือกับพรี วิซล่า ที่มีหนี้แค้นอยู่กับเจไดคนเดียวกัน
มอลกับเดธวอช ก่อตั้งพันธมิตรกับองค์กรอาชญากรรมอื่นๆ จนได้กลุ่มทรงอำนาจชื่อชาโดว์คอลเลคทีฟ (Shadow Collective)
ชาโดว์คอลฯ ยึดอำนาจเหนือแมนดาลอร์ และจับดัชเชสซาทีนไว้เป็นตัวประกัน

โอบีวันถูกสภาเจไดส่งไปช่วยซาทีน ทว่าพลาดท่าโดนจับ
มอลประหารซาทีนต่อหน้าโอบีวันเพื่อล้างแค้น ก่อนโยนเขาเข้าคุกจองจำ
แต่เคราะห์ดี, โบ-คาทาน ไครซ์ (Bo-Katan Kryze) น้องสาวของซาทีนและอดีตเดธวอช ได้ให้การช่วยเหลือ

การที่มอลเริ่มทรงอิทธิพลในโลกมืด ส่งผลให้พัลพาทีนระแวงว่าอดีตลูกศิษย์อาจเป็นภัย
เขาจึงเดินทางเยือนถิ่นมอลด้วยตนเอง และเข้าต่อสู้กับมอล+ซาวาจพร้อมกัน
พัลพาทีนฆ่าซาวาจและชนะมอลโดยง่าย แต่ยังไว้ชีวิตมอลเผื่อใช้ประโยชน์อะไรได้ในวันหน้า


ซอว์ เกอร์เรร่า

โอบีวัน, อนาคิน, อโศกา พบกับบุรุษที่อนาคตจะเกี่ยวข้องกับแผนทำลายเดธสตาร์บนดาวออนเดรอน (Onderon)
เวลาดังกล่าวสาธารณรัฐขัดสนด้านกำลังพลสำหรับสนับสนุน ผลจึงลงเอยที่เจไดใช้วิธีฝึกฝนกลยุทธ์การรบแบบกองโจรให้ประชาชนแทน
และกองทัพประชาชนอันมีซอว์เป็นหนึ่งในแกนนำ ก็ได้รับชัยชนะ
สามารถขับทัพฝ่ายแบ่งแยกออกจากดาว ไล่ผู้แอบอ้างตนเป็นกษัตริย์ขึ้นครองอำนาจโดยมิชอบสำเร็จ
แม้ต้องสังเวยชีวิตผู้คนจำนวนนึง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือน้องสาวของซอว์ เกอร์เรร่า


อโศกาลาออกจากนิกาย

วิหารเจไดบนคอรัสซังโดนวางระเบิด, อโศกาตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย
พลเรือเอกทาร์คิน (ที่ในอนาคตคือข้าหลวงผู้คุมเดธสตาร์) เป็นผู้รับหน้าที่สืบสวน
เขากดดันสภาเจไดให้ขับอโศกาออกนอกนิกาย เพื่อให้สาธารณรัฐนำตัวหล่อนไปไต่สวนได้ตามใจ
เนื่องจากปกติของธรรมเนียมเจได จะสืบสวนเรื่องทำนองนี้กันเองภายใน

แม้อนาคินกับโอบีวันไม่เห็นด้วย แต่สภาเจไดกลับยอมตามทาร์คินเพราะแรงกดดันทางการเมือง
อโศกาจึงต้องหนีการไล่ล่าของทางการไปทั่ว ในขณะที่อนาคินวิ่งวุ่นสืบหาคนร้ายตัวจริงด้วยความมุ่งมั่นแรงกล้า

อนาคินพิสูจน์สำเร็จ ว่าอโศกาโดนเจไดทรยศคนหนึ่งจัดฉากใส่ร้าย
สภาเจไดเลยจะอนุญาตให้อโศกากลับเข้านิกาย รวมถึงเลื่อนขั้นสู่ชั้นอัศวินเจได
แต่เธอผิดหวังในสภาเกินกว่าจะยอมรับข้อเสนอ และศรัทธาต่อสภาเจไดของอนาคินก็เสื่อมถอยลงอย่างมาก


อนาคตของเหล่าเจได

จู่ๆ ยานของไซโฟ ดิแอสที่หายไปนับสิบปี ก็ส่งสัญญาณออกมาให้หาเจอ
ส่งผลให้เจไดรื้อฟื้นคดีเก่า, เริ่มต้นสืบเรื่องความตายของไซโฟ ดิแอสจริงจัง
และได้ทราบว่าดูกูแอบสังหารดิแอสระหว่างทำภารกิจชิ้นหนึ่ง เพื่อสวมรอยแทนเขาแล้วเข้าควบคุมการผลิตกองทัพโคลน

ชะรอยว่ามันคือการนำทางของพลัง
เนื่องจากแม้สภาเจไดยังจำใจต้องใช้ทหารโคลนต่อไม่เปลี่ยนแปลง เพราะมิอาจหากำลังรบรูปแบบอื่นมาชดเชย
แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ปรมาจารย์โยดา ใช้เวลานั่งทำสมาธิสื่อสารกับพลัง เพื่อเพ่งมองอนาคตให้ชัดเจนขึ้นกว่าเก่า
แล้วนั่นก็ทำให้เขาได้ยินเสียงของไควกอน จินน์ (Qui-Gon Jinn) อาจารย์ของโอบีวันที่ควรตายไปนานแล้ว

เสียงของไควกอนนำทางโยดา สู่การฝึกฝนเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพลัง
โยดาเดินทางสู่เดโกบาห์ (Dagobah) เผชิญหน้าสิ่งที่เขากลัวในโพรงมืดสุดสะพรึง (เขาเห็นภาพอนาคตที่เหล่าเจไดโดนล้างบาง)
ไควกอนยืนยันว่าแม้อนาคตมืดมน แต่มันก็ยังคงมีความหวัง
และโยดาคือผู้ถูกเลือกให้เรียนรู้ ศาสตร์การคงสภาพตัวตนไว้ต่อหลังความตาย

โยดาเดินทางต่อสู่ดาวที่เป็น [ต้นกำเนิดของพลัง] และดาวมอราบานด์ (Moraband) ที่เป็นบ้านเกิดของพวกซิธ เพื่อเรียนรู้วิธีรับมือด้านมืดกับความหวาดกลัวในหัวใจ
โยดาผ่านบททดสอบเพื่อการฝึกวิชาใหม่จนครบ และเดินทางกลับคอรัสซัง
บรรยากาศบนแก่นกำเนิด 'พลัง' (Deep Core)


โยดายังต้องเรียนรู้วิชากับเสียงของไควกอนอีกพักใหญ่
และได้เพียงเฝ้ามองอนาคตสุดมืดมัวต่อแบบไร้หนทางหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่แน่นอนคือเขาจะไม่ยอมหมดสิ้นความหวัง


ที่มา screenrant


COMMENTS

ชื่อ

Analyze,9,Ant-Man,4,Aquaman,3,Assassin's Creed,6,Avengers: Endgame,3,Avengers: Infinity War,5,Bad Boys,2,Batman,5,Black Panther,5,Black Widow,6,Blade Runner,5,Darth Vader,10,DC,30,DCEU History,7,Doctor Strange,7,Dune,4,Eastrail 177 Trilogy,5,Extraction,2,Fast & Furious,6,Films,32,Ghostbusters,2,How to Train Your Dragon,6,Interview,24,Introduce,24,Iron Man,2,James Bond,6,Jedi,8,John Wick,5,Jurassic Park,10,Justice League,5,Marvel,60,Maze Runner,4,MCU Disney+,5,MCU History,22,MCU tie-in comics,12,Mission Impossible,6,MonsterVerse,7,Murder on the Orient Express,2,Pacific Rim,5,Predator,6,Pre-Infinity War,11,Rambo,2,Ready Player One,2,Resident Evil,4,Review,25,Shazam,2,Solo: A Star Wars Story,5,Spider-Man,12,Star Wars,59,Star Wars Galaxy,10,Suicide Squad,3,Superman,3,Terminator,6,The Clone Wars,3,The Conjuring,3,The Force Awakens,3,The Last Jedi,6,The Mandalorian,3,The Matrix,4,The Rise of Kylo Ren,4,The Rise of Skywalker,7,Thor,3,Toy Story,2,Transformers,4,Wizarding World,7,Wonder Woman,2,Worlds of DC,4,X-Men,8,
ltr
item
Filmaneo: # เรื่องราวโดยย่อของ The Clone Wars # สรุปเนื้อหาสำคัญของซีรีส์สงครามโคลน 6 ซีซั่น
# เรื่องราวโดยย่อของ The Clone Wars # สรุปเนื้อหาสำคัญของซีรีส์สงครามโคลน 6 ซีซั่น
https://1.bp.blogspot.com/-wHk-HuWkXw4/Xk4qlD3g_OI/AAAAAAAAKGA/pH0r02T6_lUuBGbMBzGhl9GVeyU_-nfGwCLcBGAsYHQ/s640/The%2BClone%2BWars%2BCharacters.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-wHk-HuWkXw4/Xk4qlD3g_OI/AAAAAAAAKGA/pH0r02T6_lUuBGbMBzGhl9GVeyU_-nfGwCLcBGAsYHQ/s72-c/The%2BClone%2BWars%2BCharacters.jpg
Filmaneo
https://www.filmaneo.com/2020/02/the-clone-wars-season-1-6-story.html
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/
https://www.filmaneo.com/2020/02/the-clone-wars-season-1-6-story.html
true
1920476370546547589
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content