แม้ภาพยนตร์ชุดสตาร์วอร์ส จัดว่าเป็นที่รู้จัก แบบกว้างขวาง (เพราะอย่างน้อยในอเมริกา ต่อให้เรียกว่า คือวัฒนธรรมชนิดหนึ่ง, ยังอาจไม่โม้เกิน)...
แม้ภาพยนตร์ชุดสตาร์วอร์ส จัดว่าเป็นที่รู้จัก แบบกว้างขวาง
(เพราะอย่างน้อยในอเมริกา ต่อให้เรียกว่า คือวัฒนธรรมชนิดหนึ่ง, ยังอาจไม่โม้เกิน)
และหนังเรื่องล่าสุด ซึ่งกำลังมา, (น่าจะ) ดูได้เลย โดยไม่ต้องปูพื้นฐานอะไรมาก
แต่ครั้งสุดท้ายก่อนหน้า แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู (ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2569) เข้าฉาย, คือนาน 6-7 ปีก่อน (ปลายพ.ศ. 2562)
เท่านั้นไม่พอ ทั้งสองตัวละครที่ ชื่อหนังพาดพิง (มันหมายถึง ดิน จาร์ริน, กับเบบี้โยดา)
ยังผ่านการผจญภัย สารพัน มาชนิดโชกโชน
การย้อนรอยสิ่งเหล่านั้น ทบทวนประวัติพวกเขา, ย่อมเป็นการอุ่นเครื่องที่ดี
อย่างไรก็ตาม หากผู้ผ่านมา อ่านบทความถึงตรงนี้
ต้องการหลีกเลี่ยงสปอยล์ ซีรีส์เก่า ๆ (ซึ่งมีให้รับชมผ่าน ช่องสตรีมมิ่ง Disney+)
คุณสามารถ หยุดมองตัวอักษร แค่แถว ๆ ย่อหน้านี้
และลองไปไล่ดู The Mandalorian ซีซั่น 1-2, สลับสู่ The Book of Boba Fett, ก่อนย้อนเข้า The Mandalorian ซีซั่น 3 ได้
ค่าหัว และนักล่า
กาลครั้งหนึ่ง ณ เนวาร์โร (ดาวเคราะห์ตรง เขตชายแดน ของกาแล็คซี่สมมติ)
นักล่าค่าหัว ผู้ปกปิดหน้าตา โดยการสวมหมวกเกราะ ต่อหน้าผู้อื่นตลอดเวลา, นามว่า ดิน จาร์ริน (Din Djarin)
รับภารกิจตามล่า เป้าหมายปริศนา ค่าตัวแพง จากกิลด์นักล่า, แม้ว่าต้องเข่นฆ่า แข่งขัน กับนักล่ารายอื่น ๆ
แล้วสุดท้าย ชายผู้นี้ก็ เข้าถึงเป้าหมาย อันอายุ 50 ปี (แต่ยังถือว่า คือเด็กทารก สำหรับเผ่าพันธุ์ของเขา) สำเร็จ
ระหว่างคุ้มครอง เบบี้โยดา (ฉายาชั่วคราว พวกคนดูตั้งให้ สมัยละครเพิ่งออกอากาศ)
ดิน จาร์ริน เกือบสิ้นชีวา เพราะมัดฮอร์น (แรดอวกาศ) ขวิด
ก่อนรอดชีวิตเนื่องจาก เบบี้โยดาใช้ "พลัง" (เอาเป็นว่า ทำเรื่องที่ดูเหนือธรรมชาติ)
อารมณ์จึงชักหวั่นไหว และเห็นความสำคัญ ในตัวเด็กคนนี้ขึ้นมา
การเปลี่ยนใจ
จาร์รินส่งมอบ เบบี้โยดา แก่ซากทัพจักรวรรดิ (พวกที่เหลือ ของฝักฝ่ายอันเคย ปกครองกาแล็คซี่) เพื่อรับค่าตอบแทน
แต่แล้วก็สงสัยว่า เด็กจะเจออะไรต่อ (ซึ่งขัดกับแนวทาง ของพวกนักล่าเงินรางวัล
ที่รู้กันดีว่า อย่าสนใจเรื่องพรรค์นั้น ถ้าไม่คิดรีบตายนัก)
พอทราบว่า เด็กจะถูกทำการทดลอง อันโหดร้าย แลส่งผลให้ม่องเท่ง
จาร์รินเปลี่ยนใจ, เร่งบุกเดี่ยว ยิงปืนแสงสนั่นลั่นจอ ชิงตัวเบบี้โยดามา
ยอมลำบากกลายเป็น ฝ่ายถูกล่า โดนตั้งค่าหัว, ต้องหนีไปทั่วกาแล็คซี่
การค้นหา ผู้พิทักษ์
จาร์รินค้นหา เจได (ผู้ใช้ "พลัง") ที่เป็นตัวตนหายาก ของจักรวาล, ผู้ซึ่งเขาคาดหวังว่า
จะพิทักษ์ เบบี้โยดา ให้ปลอดภัยจาก ซากทัพจักรวรรดิ, และเหล่าผู้หิวเงินต่าง ๆ
แต่ขณะ รอนแรมด้วยกัน, สายสัมพันธ์แบบพ่อลูก ก็ถูกถักทอขึ้น ท่ามกลางคนทั้งสอง
บอกลา
จาร์รินค้นพบ อดีตเจได ผู้มีชื่อแซ่ว่า, อาโซก้า ทาโน่ (Ahsoka Tano)
หล่อนปฏิเสธที่จะดูแล และฝึกฝน (วิธีใช้พลัง) แก่เด็กซึ่งเธอ, เฉลยว่าชื่อ "โกรกู"
แต่ยังอุตส่าห์ แนะนำวิธีค้นหา อาจารย์เจไดท่านอื่น, นั่นคือ ลุค สกายวอล์คเกอร์
ที่รับโกรกูเป็นศิษย์ และปล่อยให้จาร์ริน ได้บอกลาแบบซาบซึ้ง...
...ถึงจะแค่ชั่วคราว, เพราะโกรกูไม่อาจ ตัดใจจาก ดิน จาร์ริน
หลังรื้อฟื้น ทักษะการใช้พลัง จนแก่กล้าขึ้นบ้าง (เคยเรียนจริงจัง ก่อนสถาบันเจไดล่มสลาย)
โกรกูดิ่งไป ช่วยจาร์ริน ที่กำลังทำศึกใหญ่ (สงครามกลางเมือง ในซีรีส์ The Book of Boba Fett)
และกลับมาใช้ชีวิตโลดโผน ผจญภัยร่วมกัน, อีกครั้ง
บิดา กับบุตร
จาร์รินรับโกรกู เป็นศิษย์สายแมนดาลอเรี่ยน (ศาสนานักสู้) ตามประเพณี
สอนวิถีของศาสนา และความรู้อีกสารพัด (เท่าที่ทารก จะเรียนไหวน่ะนะ)
ขณะกระเตงเด็กไป สะสางปัญหาต่าง ๆ จากซากทัพจักรวรรดิ
รวมทั้งฟื้นฟู วัฒนธรรมของชาวแมนดาลอร์, ด้วยการช่วยผู้นำ ของพวกเขา ทวงคืนดาวบ้านเกิด
หลังทุกอย่างคลี่คลาย จาร์รินรับโกรกู เป็นบุตรบุญธรรม (เพิ่งแบบเป็นทางการ เอาตอนนี้)
เขาเสาะหา ลู่ทางทำกิน อันถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม, ยิ่งกว่าเก่า (อาชีพล่าค่าหัว อยู่ในพื้นที่สีเทา)
ด้วยการตีสนิท เจ้าหน้าที่น้ำดีของ สาธารณรัฐใหม่ (รัฐบาลปัจจุบัน ของกาแล็คซี่สมมติ)
และย้ายไปอยู่บ้านใหม่ พักผ่อนในเนวาร์โร, ซึ่งกลายเป็นดาวที่ เปิดท่าจอดยาน ทำเขตการค้าเสรี (ธุรกิจสุจริต) แล้ว
เนื้อหาบางส่วน อ้างอิงจาก sideshow.com




COMMENTS